Brussels - Antwerp # 3


   






Bonjour !
Brussels  วันที่สามในเบลเยี่ยม
จัดการอาหารเช้าด้วยตัวเอง
ณ บ้านป้าแอนิต้าเสร็จ
(ป้ายังไม่ตื่นอีกแล้ว แอบอิจฉาคนวัยเกษียณ)


แผนตะลอนทัวร์ข่วงเช้าตรู่ ล็อคเวลาแวะเยี่ยมสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป EU เพราะอียู ไม่มีเมืองหลวงแบบเป็นทางการ ศูนย์กลางตัวจริงก็เลยเป็นที่บรัสเซลส์ ในย่าน European Quartier (ชื่อย่านยังเก๋เลย)

จองคิวมีนัดกับคุณกรุ๊บทัวร์รอบแรก

http://en.wikipedia.org/wiki/Brussels_and_the_European_Union




จะบุกเข้าออฟฟิศ EU  เขาไม่ให้ไปเดี่ยว ต้องมีคุณไกด์พาเดิน คุมความประพฤติไม่ให้เพ่นพ่าน มีไกด์หลายภาษา ไอ้เราก็ได้แค่ภาคภาษาอังกฤษ ไม่มีปัญญามาด้วยฝรั่งเศส  รอในที่แคบๆ เดินไปเดินมาอยู่ไม่นาน ก็ได้เข้าข้างใน เจ๊ไกด์พาเดินชม เล่าประวัติ ECC EC EU สงครามโลก ฯลฯ ....  ทุกการทำงาน การประชุม ตำแหน่งที่นั่ง ที่นั่งล่าม ฯลฯ  ... ฟังจนอิ่ม Zzzz





สิบเอ็ดโมงกว่า เก็บเรื่องราวในเมืองหลวงสมใจแล้ว ฟ้าก็เป็นสีทึมๆ เทาเท่าเดิม (เซ็ง)  เวลาเที่ยวเริ่มเหลือน้อยแล้ว ใช้วิธีวิ่งปรู๊ดฝ่าความหนาวไปขึ้นรถไฟที่สถานีการ์ดูนอรด์  Gare du Nord ---


สถานีรถไฟที่นี่ก็.... เอิ่ม ดูบ้านนอกๆ เหมือนกันนะ ไม่ค่อยสะอาดหรือเป็นระเบียบเท่าไหร่


Coffee
iPod
Pen-Notebook
Map
Money
and Energy

เตรียมพร้อมทุกอย่าง






สำหรับสถานีต่อไป
เมือง Antwerp แอนท์เวิร์พ
(ชื่อฝรั่งเศส Anvers อองแวร์)
สถานีรถไฟนี้ คุ้นตาเคยเห็นแวบๆ ใน Youtube
สุดท้ายก็นึกออกว่า ที่นี่เคยไปสถานทีเต้นหมู่เพลง The Sound of Music
http://www.youtube.com/watch?v=bQLCZOG202k ^_^

Antwerpen Centraal Railway Station  สถานีรถไฟที่เก่าแก่งดงาม สร้างมาตั้งแต่สมัย 1895-1905 สถาปัตยกรรมโดดเด่นมากขนาดที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสถานีรถไฟที่ยิ่งใหญ่อันดับ 4 ของโลกเลย (Newsweek, 2009)

ที่น่าสนใจกว่านั้น ช่วงปี 1998 ก่อสร้างส่วนต่อขยายเพื่อรองรับรถไฟไฮสปีด ด้วยงบประมาณ 1600 ล้านเหรียญยูโร เลยทำให้รองรับรถไฟ Thalys และไฮสปีดตระกูลอื่นๆ ขับมาถึงนี่ได้เลย โดยไม่่ต้องไปอ้อมโน่นไปนี่)
(น่าจะมาปรับให้เข้ากับหัวลำโพงบ้านเราบ้างนะ เก่าแก่ดูดี แต่ก็รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ด้วย)






เมืองแอนท์เวิร์พ เป็นเมืองใหญ่ ผู้คนประมาณครึ่งล้าน ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำ Scheldt ดูแผนที่ดีๆ อีกนิดนึงก็หลุดไปสู่มหาสมุทรแอตแลนติคได้แล้ว กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ก็เคยได้เป็นเมืองท่าที่ใหญ่อภิมโหฬารของยุโรปมาก่อน





อารมณ์เมืองแอนท์เวิร์พ ไม่เหมือนเมืองไหนๆ ที่เคยไป คนไม่หนาแน่นมาก (ก็แหงสิ หนาวซะขนาดนี้)










Cathedral of Our Lady
โบสถ์แคธอลิคสวยสง่าสไตล์โกธิค (เจอแนวโกธิคทีไรมือไม้อ่อน เปิดประตูโบสถ์ขอเข้าไปเยี่ยมชมมาทุกเมือง) สร้างเสร็จในปี 1521 และได้เป็นมรดกโลกกับเขาด้วย




 


 





ตลาดคริสต์มาสกลางเมืองแอน์เวิร์พ ตั้งอยู่หน้าโบสถ์ตามธรรมเนียม เดินไปทั่วๆ รอบๆ ก็.. คล้ายๆ กันหมดทั้งยุโรปเลยเนาะ มีไวน์ร้อนๆ ตลาดนัดขายของ ขนมร้อนๆ และไฟสลัวๆ จากแต่ละร้าน  ..






ถ้าให้เราใบ้สัญลักษณ์ประจำเมืองแอนท์เวิร์พ ยกให้รูปปั้นนี้เลย "Statue of Brabo and the giant's hand" บราโบผู้พิชิตยักษ์

(สมัยก่อน จะพิชิตใครก็ใช้วิธีตัดมือ และส่งมือขวาสดๆ ไปแจ้งทางการฟิวดัลว่าตายจริง main-morte (main = แมงแปลว่า มือ / morte = มอร์ แปลว่า ตาย)


ลัดเลาะเมือง ออกซอยโน้นซอยนี้ จนหนำใจ

ตึกที่นี่เก่า และสวยสะอาดเรียบร้อยมากๆ อากาศหนาวยะเยือกและหิวจนทนไม่ไหว




ล้วก็ได้มาหม่ำอาหารหลักที่นี่คือ ของทอด เฟรนช์ฟาย ไส้กรอก นักเก็ต ฯลฯ (เผินๆ นี่เหมือนกับอาหารหลังโรงเรียนเลิกเลย)  เป็นลูกค้าเพียงคนเดียวของร้าน เลยได้นั่งคุยเม้าท์มอยสัมภาษณ์คุณป้าเจ้าของร้าน ตอนแรกกะทำซ่าจะเม้าท์ฝรั่งเศส ไปๆมาๆ เออ เริ่มไม่รู้เรื่องแล้ว ปรับโหมดเป็นอังกฤษน่าจะง่ายและสะดวกกับชีวิตมากกว่านะ

ป้าเล่าให้ฟังว่า เดิมทำงานประจำแล้วเบื่อ เลยออกมาขายอาหาร ที่มีอิสระกับชีวิตมากกว่า กิจการขายให้นักท่องเที่ยว รุ่งเรืองมากจนส่งเสียลูกๆ ได้เรียนจบเป็นหมอ เป็นทนาย ฯลฯ ได้ดิบได้ดีกันไปแล้ว แต่ป้าก็บอกว่า ขายแบบนี้แหละสนุกดี ไม่อยากเลิก คุยไปเรื่อยๆ เหมือนได้เพื่อนใหม่อีกคน จนอาหารเติมเต็มกระเพาะแล้ว ก็ร่ำลาป้าออกเดินทาง





ป้อมปราการริมแม่น้ำ หน้าตาเหมือนในการ์ตูน Het Steen  เดินดูได้แต่รอบๆ และบางส่วนที่ไม่มีหลังคาด้านใน ที่ตลกน่ารักคือ รูปปั้นคนยืน และชายจิ๋วสองคน (ชี้ไรกันก็ไม่รู้) :P


จบโหมดเดินๆๆๆ แล้วก็เป็น โหมดนั่งๆๆๆ ซะที เก้าอี้ แม่น้ำ ความว่าง ความหนาว ความเมื่อย และความอิ่ม ... ได้หายใจลึกๆ ปล่อยทุกอารมณ์ออกไปไกลๆ นึกซะว่าเป็นวันลอยกระทง ปล่อยทุกอย่างลงแม่น้ำ สูดพลังชีวิตเข้าลึกๆ จมอยู่ตรงนี้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ .. เดินต่อไป



หลายร้านเปิดบ้างปิดบ้าง

แกเลอรี่อยู่แทบทุกหนทุกแห่ง


:0

หลุดเข้าไปในร้านขายของ S&M มีอุปกรณ์ทุกชนิดสำหรับ ชาว... กุญแจข้อมือ แส้ ชุดหนัง ฯลฯ กรี๊ด 55 เอเชียหน้าติ๋มๆ เข้าไป เห็นผู้ชายร่างยักษ์หัวโล้น ยืนขายของอย่างขมีขมัน  อิอิ ทัศนศึกษาเสร็จแล้วก็.. รีบออกดีกว่า น่ากลัวเว้ย

ทนความหนาวไม่ไหวแล้ว วกกลับมาหาของกินต่อละกัน ^^

ของขึ้นชื่อที่นี่คือ "ช็อกโกแลต" วิญญาณนักกินและนักช็อป เริ่ม ณ บัดนาว



ร้านแนวๆ ขายเครื่องเขียน ของขวัญสวยๆ จัดร้าน จัดส่วนลด
ต้อนรับเทศกาลของขวัญกันแบบครึกครื้น



ก่อนกลับบรัสเซลส์ แวะชมตลาดคริสต์มาสต่ออีกรอบ อิอิ


นัดป้าไว้ตอนหนึ่งทุ่มตรงที่บ้าน ป้าแอนิต้าบอกไว้ว่าวันนี้จะทำอาหารให้หม่ำ  ช่วยนู่นช่วยนี่อยู่อีกหน่อย อาหารก็เสร็จออกจากเตาอบน่าทานมาก เป็นไส้กรอกอบเนยและชีส มาพร้อมซุปโรยชีส และไวน์ขวดใหญ่ยักษ์

ที่ปิดขวด "ตูดเป็ด"

ป้าสร้างบรรยากาศไทยๆ ไว้ในบ้านแบบครบถ้วน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของแต่งบ้านและ ศาลพระภูมิ จำลอง ขนตรงจากเมืองไทย พร้อมข้าวของแต่งด้านใน เป็น  "จิ้งจกจำลอง"
 -_-'  คุณป้ารู้จักเมืองไทยดีมาก 


No comments: