Comfort Bike in Deutschland

 

แชร์ประสบการณ์เบาๆ เกี่ยวกับการใช้จักรยาน
ไม่พูดถึงแค่จักรยานมิติเดียว แต่จะพูดในฐานะที่เป็น
เสี้ยวหนึ่งของภาพรวมระบบขนส่งมวลชน
.........
ประเทศเยอรมนี ที่รวมคุณภาพของทุกสิ่ง
ตั้งแต่ความเขียว ธรรมชาติ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
การศึกษา คุณภาพชีวิต สวัสดิการ และ ผู้คนที่มีระเบียบวินัย
การจัดสรรบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การเคารพกฎ เข้มงวดกับการลงโทษ ไม่โกงกิน
และความโปร่งใสของการบริหารจัดการ


ทุกอย่างข้างบน เป็นเรื่องใหญ่ของพวกเขา
การที่ทุกคนช่วยกันดูแลกฎระเบียบ รักษามีวินัย
หมายถึง ความเกรงใจ การเคารพถึงผู้คนรอบข้าง
ด้วยโดยไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าคนนั้นจะยากดีมีจน 

หากยืนรอสัญญาณไฟอยู่ที่สี่แยก แล้วรถว่างๆ
ชาติที่จะเลือกหยุดรอมากสุด ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรมากสุด
ก็น่าจะเป็นคนเยอรมันเนี่ยแหละ หลายชาติอาจมองว่า
ปัญญาอ่อน งี่เง่าจริงๆ ลักไก่ได้ทำไมไม่ทำ
คนของเขาไม่คิดอะไรสั้นๆ  ที่ขอผ่อนผัน
ขอให้หยวนๆ ได้ อย่างเวลาไปซื้อของตามร้าน
ตอนเขาปิดร้านแล้ว เช่นไปถึง 19.00 น. เป๊ะพอดี
โอกาสต่อรองซื้อของให้ได้ยากมาก เพราะเขาถือว่า
เราในฐานะผู้ซื้อ ไม่เคารพสิ่งที่เขากำหนดไว้
ไม่เผื่อเตรียมเวลาให้พร้อมเอง

หรือการทำงานล่วงเวลาดึกๆ ดื่นๆ แบบคนญี่ปุ่น
คนเยอรมันถือว่า แย่นะ  แค่การบริหารจัดการ
ให้ทำงานภายในเวลาที่กำหนดไว้  ยังทำไม่ได้
ที่เหลือจะทำอะไรได้อีก  คนเขาจะไม่ค่อยอู้เลย
ตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนเสร็จ  จบแล้วเผื่อเวลาหลังเลิกงาน
ไปวิ่ง เข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย กลับบ้านกินข้าวกลับครอบครัว

ชีวิตเป๊ะมาก...

แต่ก็อาจจะเป๊ะไปสำหรับคนชาติเรา ที่ชอบอะไรชิลล์ๆ




















อย่างการขอต่อรองคุณตำรวจนู่นนี่นั่น
หยวนๆ ไปหมดทุกอย่าง จนส่วนรวมต้องลำบากเป็นโดมิโน่
ที่นี่ก็ไม่ค่อยได้เห็น  

เมืองเบอร์ลิน ได้รับการยกย่องว่ามีความเขียว
เกือบจะมากสุดในบรรดาเมืองหลวงทั่วโลก
หรือเมืองใดๆ ก็ตาม  รัฐจัดสรรให้ทางเท้า(ฟุธบาท)
มีความกว้างมากๆ  เพียงพอสำหรับคนเดินเป็นหมู่ขณะ
ในระนาบเดียวกับคนเดินแถมให้ด้วยเลนพิเศษ
พ่นสี สำหรับคุณจักรยานได้วิ่งไปมา (ขี่สวนกันก็ยังได้)


ที่จอดจักรยานเต็มไปหมด


ตู้ไปรษณีย์ก็ไม่เกะกะพื้นที่บนดินสักเท่าไหร่
เวลามาเปิดเอาจดหมาย คุณบุรุษไปรษณีย์
ก็แค่เปิดกุญแช
ใช้แท่งเหล็กเสียบกับงผ้า 
จิ้มไปข้างใต้่กล่องเหลือง
จดหมายก็หล่นใส่ถุง ภายในเวลาอันรวดเร็ว









ฟุธบาธเขาเกลี้ยงเกลาจริงๆ
ไม่มีหาบเร่ แบกะดิน
ร้านขายของ ร้านอาหารริมทางเดินมาให้เกะกะ
หรือถ้ามี ก็จะอยู่หลบมุม ไม่กวนเลน
ไม่บุกรุกที่ทางคนเดินเท้าหรือขี่จักรยาน
นั่นแปลว่า สำหรับรถเข็นเด็กอ่อน
จักรยานเด็กน้อย คนพิการ ทางสายตา
คนแก่ที่ต้องใช้รถเข็นช่วยพยุงเดิน
หรือคนที่แข้งขาเดินไม่ไหวต้องนั่งบนรถเข็น
ก็สัญจรเดินทางไปไหนมาไหนได้ ด้วยตัวเองสบายๆ 




สบายยังไง ?


















- สำหรับชาวรถเข็น เวลาเดินทางด้วยรถเมล์
คุณรถเมล์จะย่อกายให้ต่ำเตี้ยลงมา
ในระนาบเดียวกับฟุธบาท
คนขับรถเมล์จะลุกจากที่นั่งคนขับ
เดินลงมาเปิดแผ่นเหล็กแบนๆ
ให้เป็นทางลาดบนฟุธบาท
ทำให้รถเข็นคนพิการ รถเข็นน้องเด็ก
ขึ้นลงได้สบายๆ  ไม่ต้องปวดหัวเข่าเวลาก้าวขึ้นรถ
แถมคนขับรถก็ยังรักษาเวลาเดินรถได้เท่าเดิม
ไม่เสียตารางเวลา

ป้ายรถเมล์ดูแข็งแรงทนทานมาก
ในกล่องใสๆ มีข้อมูลตารางเวลา
เดินรถแบบละเอียดยิบ
อัพเดทก็ง่าย แค่ปริ๊นท์แผ่นใหม่ไปเสียบ



ขนส่งมวลชน ระบบเดียวของ ทั้งเมือง

- ตารางเดินทางของรถ :

อำนวยความสะดวกให้
ชาวเมือง และนักท่องเที่ยวฟรีๆ
ด้วยการคำนวณระยะเวลาให้อัตโนมัติ
เพียงกรอกชื่อ
ป้ายรถเมล์หน้าบ้าน และป้ายปลายทาง
(ชื่อสถานีรถไฟ / ชื่อป้ายรถเมล์)

รวมถึง เวลาที่ต้องการออกจากบ้าน
หรือ เวลาที่ต้องการไปถึงปลายทาง  
เพียงเท่านี้ ระบบ
ก็จะคำนวณเส้นทางที่ใช้เวลาสั้นที่สุด มาให้ดูกัน

(แต่ก็ต้องใส่วันที่ ให้ถูกต้องนะ เพราะวันธรรมดา
กับวันเสาร์อาทิตย์ หรือ วันหยุดนักขัตฤกษ์
ก็เดินรถไม่เหมือนกันอีก --
เขายึดตามปริมาณจำนวนคนใช้บริการกันจริงๆ)


****************************************************

ก่อนอื่นก็แวะเข้าเวปไซต์ BVG ขนส่งมวลชนของเมืองเบอร์ลิน
(อันนี้เฉพาะโซนเบอร์ลินและปริมณฑล)


http://www.bvg.de/index.php/en/index.html






 


สมมติ ว่าเราอยากจะเลือกเวลา
ให้ถึงจุดหมาย ตอน 19.28
(จะได้มีเวลาไปทำธุระ ก่อนนัดเจอเพื่อนตอน 20.00 น.)

ก็ติ๊กเส้นทางที่ไปถึง 19.28
ที่เลือกจะดูรายละเอียด (จากสี่เส้นทาง)
แล้วกดคำว่า Details for Selection
กดปุ๊บก็จะได้รายละเอียดยาวเหยียดละเอียดสมชื่อ
ให้ปริ๊นท์ไปกอดให้อุ่นใจว่าจะไม่มีทางผิดนัดแน่ๆ   
ก็จะปรากฎรายละเอียดแบบสุดๆ ให้ 
จะออกจากบ้าน ก็ไม่ต้องฝ่าฝน ฝ่าแดด 
ไปแกร่วยืนตากแดดรอรถบัส
เวอร์ชั่นไทยๆ ที่ว่าไม่รู้มันจะมาเมื่อไหร่
เพราะเรามีข้อมูลดังนี้

******************************






- 18.43-18.52 น.   
   รถบัส สาย X11 ออกจากป้าย
(เส้นทางที่มุ่งหน้าไป U Krumme Lanke)
ในระบบยังจัดแถมต่อให้อีก ว่า
ถ้าตกรถบัสคันนี้ จะทำยังไงต่อได้บ้าง กับคันถัดๆ ไป

ขึ้นรถบัสคันนี้เขาบอกว่าให้ไปลงที่
ป้ายรถเมล์ที่ชื่อ S Sundgauer str. ตอน 18.52 น.
 (str = Strasse ชตร๊าเซ่อ แปลว่า ถนน)

คุณ S ก็เดาว่ามาจาก S-Bahn
รถไฟที่เยอรมันมีสองแบบคือ S กับ U-Bahn
อันแรกก็รถไฟธรรมดาบนดิน คุณอูบาห์น ก็เป็นรถไฟใต้ดิน



-  มาถึงสถานีรถไฟ Sundgauer ปุ๊บ
กะเวลาให้มีเวลาเดิน 8 นาที
ก่อนจะไปขึ้นรถไฟรอบ 19.00 น. ณ ชานชาลา 1
(เลือกรถที่มุ่งหน้าไปทาง S Wannsee Hbf)

- 19.00-19.11  รถไฟสาย S1 พาไปถึง สถานี S Wannsee
 (เวลากระชั้นชิดสุดๆ ห่างกันแค่ 1 นาทีกับรถคันถัดไปที่ต้องขึ้น)
- 19.12-19.17  รถไฟสาย S7 พาไปถึง สถานี S Griebnitzee 
- 19.22-19.28  จากทางออกของชานชาลาเบอร์ 1,2
 (Gleis = ชานชาลา) 
  ให้ไปขึ้นรถเมล์ สาย Bus 694 
(รายละเอียดทางเดินไปป้ายรถเมล์มันเยอะและละเอียดมาก)

- 19.28  มาถึง จุดหมายปลายทาง
ณ ป้ายรถเมล์ชื่อ "Potsdam, Goetheplatz"

ด้วยรายละเอียดประมาณนี้
จะช่วยได้มาก ตั้งแต่ หลับได้
(ตั้งปลุกตามระยะเวลาจากมือถือเราเอง
ไม่ต้องหลับแบบพะวงๆ ว่าจะเลยป้ายไหม)
คนแก่ เตรียมตัวจะลงแต่เนิ่นๆ ได้ ฯลฯ








หากอยากดูว่า เดินทางยังไง จากไหนไปไหน ก็ส่องดูแผนที่ได้จากดาวเทียม
*****************************************************
ด้วยเส้นทาง 4 แบบ
ที่ในระบบจัดมาให้เราเลือก
มากมายจริงๆ

แต่ละคนก็จะตัดสินใจแตกต่างกันไป
เช่น ต่อรถแค่ 3 ครั้ง แต่ใช้เวลาเดินทางนานกว่า 
เทียบกับ ต่อรถ 4 รอบ แต่ใช้เวลาสั้นกว่า 

สำหรับคนแก่มีอายุ
หรือคนที่ไม่อยากลำบากเปลี่ยนเยอะแยะ
ก็จะเลือกการเปลี่ยนรอบรถน้อยหน่อย
แต่แลกกับการที่ยอมออกจากบ้านเร็วขึ้น 
กับอีกคน ยอมเปลี่ยนรถบ่อยๆ เพื่อใช้เวลาเดินทางสั้นลง

แถมให้ประชาชนสบายอีกหน่อย
เพราะเขาเชื่อใจว่าคนของเขา
จะไม่โกงเชื่อใจได้
เลยปล่อยพื้นที่โล่งด้วยการไม่มีที่กั้น
ในสถานีรถไฟ ไม่ว่าจะใต้ดินหรือบนดิน
ไม่ต้องเสียเวลาเสียบบัตรเสียบตั๋ว
ต่อคิวผ่านที่กั้น ใครเอาจักรยานมาก็เข็นกันสบายๆ
ไม่ต้องยกข้ามที่กั้นใดๆ

แต่เขาก็คิดค้นระบบป้องกันการโกง
หรือที่เรียกพวกที่ชอบแอบขึ้นรถ
โดยไม่จ่ายเงินว่า Schwarzfahren (= นั่งมืด) ด้วยนะ  

ด้วยการให้ชายนอกเครื่องแบบสุ่มเดินตรวจตามโบกี้
ถ้าโดนแจ๊กพอตไม่ได้ซื้อตั๋วมาเนียนนั่งบนรถ
ก็จะโดนปรับประมาณ 2-3 พันบาท
ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งขบวน
ทำให้ไม่มีทางใต้โต๊ะ ต่อรอง
หรือขอความเห็นใจอะไรกันได้เลย

 

















เมืองเบอร์ลิน หยิบยื่นความสบายแบบนี้ให้
เพราะเห็นคุณค่า "เวลา" 
ประชาชนในชาติ จึงระดมมันสมองมา
ช่วยออกแบบระบบคมนาคมขนส่งดีๆ 
ทำให้คนมีทางเลือกมากขึ้น  
ว่าจะขึ้นรถแบบไหน พาจักรยานไปด้วยไหม 
จะลงเรือไหม ยังไงก็ได้ 
ไม่ว่าจะต้องเปลี่ยนรถบ่อยแค่ไหน
ค่าโดยสาร หรือวิธีซื้อตั๋วก็ไม่ยุ่งยาก 
(จะเลือกรถ เรือ หรือรถไฟบนดิน รถไฟใต้ดิน ก็ใช้บัตรใบเดียวกัน)



ด้วยความ เป๊ะ ตรงเวลาสุดๆ
ของรอบรถเมล์ รถไฟ และตารางการเดินรถ  
เป๊ะขนาดนี้ นานๆ ทีก็มีหลุดบ้างสำหรับรอบรถเมล์ ฯลฯ
คนเยอรมันก็ยังอารมณ์เสีย บ่นกันใหญ่ว่า
 คุณภาพมันยังใช้ไม่ได้ ยังเป๊ะไม่พอนะ
ไม่ไหวเลย ดูเซะ ที่ญี่ปุ่นยังตรงเวลากว่าเยอรมันอีก
-_-' เอิ่ม แค่นี้ก็หรูมากแล้วนะเราว่า

ความสามารถในการควบคุม
ดูแลการจัดการพื้นที่สาธารณะของเมือง
ก็เป็นไปอย่างเคร่งครัด ผู้คนก็ออกมาเดินเล่น
ใช้เวลากันกลางแจ้ง ขี่จักรยานกันเยอะแยะจริงๆ














วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ถ้าขึ้นรถไฟสายหลักๆ ระหว่างจังหวัด จะเห็นขบวนจักรยานหลายๆ กลุ่ม นั่งรถไฟด่วน (ICE) หรือรถไฟธรรมดา (S-Bahn U-Bahn) แล้วแต่ความชอบ  ขึ้นเหนือลงใต้  ไปปั่นกันสนุกสนาน  อารมณ์ประมาณว่า  วันนี้ฉันอยากไปปั่นที่เชียงใหม่ ไปหนองคาย จิบกาแฟ ทอดอารมณ์ กลางคืนก็ขี่จักรยานกลับ นั่งรถไฟรอบสุดท้าย หลับฝันดี ..



ถนนเนียนเรียบและโล่งจริง วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของคนทั้งเมือง (ยกเว้นร้านขนมปัง เล็กๆ น้อยๆ) ห้างสรรพสินค้าไม่เปิดทำการ ไม่ต้องไปเดินเล่น ทุกคนพักผ่อนหย่อนใจกันเต็มที่ ใครมีลูกเล็กเด็กแดง แม้ยังขี่เองไม่ได้ พ่อแม่ก็พามาห้อยท้ายจักรยานกันแล้ว อย่างรูปข้างบนเป็นมีรถลากด้านหลังจักรยาน เด็กบางคนแค่ 2-3 ขวบ ก็จับใส่รถลากคันเล็ก พ่อแม่ ขี่นำ พาสูดอากาศดีๆ เปลี่ยนบรรยากาศกันให้เต็มปอด ได้อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมกับจักรยานแบบนี้ โตขึ้นก็หนีไม่พ้นการเป็น ชาวจักรยาน เช่นกัน :) 





หลังหอพักที่เคยอยู่ที่เบอร์ลิน วิ่งจ๊อกกิ้งออกจากประตูห้องไปแค่ 5 นาที ก็ถึงโซนสงบเงียบริมน้ำอากาศดีและเขียวไปหมด มีแต่คนไปวิ่ง เดินเล่น และขี่จักรยาน ทางวิ่งเลาะยาวระยะหลายสิบกิโลเมตร 

การจะได้มาซึ่ง "พื้นที่สาธารณะ" ดีๆ แบบนี้ ถ้าตั้งใจทำจริงๆ มันไม่ยากเลย เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของชีวิตดีๆ ของคนในเมือง





แชร์ภาพสนุกๆ ของ BIKE TAXI ของเล่นสนุกๆ
แท็กซี่สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ทุกคนก็ต้องช่วยกันปั่นด้วย
แถวย่านยอดนิยม Brandenburger Gate   


***************************************

สำหรับบ้านเรา

ก่อนอื่น ภาครัฐต้องไม่ผลักภาระความลำบากด้านการเดินทางให้ประชาชนตาดำๆ ไม่ต้องใจดีสนับสนุนซื้อรถคนแรกให้ อย่างน้อยขอแค่ช่วยสร้างระบบคมนาคมพื้นฐานที่เชื่อมเครือข่ายดีๆ ให้กับเมือง หาวิธีแนะนำให้คนในชาติได้เห็นว่า "รถยนต์"   ไม่ใช่ปัจจัยที่ห้าในชีวิต  หลายประเทศผู้คนในวัยเยาว์ วัยทำงานใหม่ๆ ก็มีความสุขเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกได้ แม้ไม่มีรถขับ

คนไทยที่ภูมิใจกันนักหนาในประวัติศาสตร์ความเป็นมา(ที่คิดว่า)ยาวนานของเรา กำลังจะสร้างความภูมิใจใหม่ ในฐานะผู้ช่วยทำให้โลกร้อนเร็วขึ้น  แคมเปญรณรงค์ลดโลกร้อนทั้งหลาย สุดท้ายก็ได้เป็นแค่  แคมเปญ CSR ออกสื่อ PR ถ่ายรูปอีเว้นท์ลงนิตยสาร  แต่ทุกวันเช้าเย็น ก็ยังใช้ถุงพลาสติควันละหลายสิบถุง  ขับรถยนต์แน่นถนน  ปล่อยควันพิษปุ๋ยๆ กันถ้วนหน้าท่วมเมือง     



ตอนนี้
การรณรงค์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับจักรยานก็จะได้เพียงแค่ผลเชิญชวนระยะสั้น เพราะเราไม่มีโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมถนนหนทาง เลนจักรยาน หรือฟุตบาธดีๆ มาช่วยซัพพอร์ท ช่วยทำให้ชีวิตคนปลอดภัยได้มากขึ้น




หากภาครัฐ หรือคนใหญ่คนโตไม่ริเริ่มที่จะช่วยกรุณา........

- จัดสรรหยิบยื่นพื้นที่สาธารณะโล่งๆ
- หามาตรการขั้นเด็ดขาด กับการยึดครองพื้นที่ตามฟุธบาทของพ่อค้าแม่ค้า หรือการเอะอะปักป้ายห้างฯ ป้ายสากเบือยันเรือรบ ทำฟุธบาทให้เกะกะเละเทะ อาหารเลอะเทอะกันได้ตามอำเภอใจ จนคนเดินเท้า ต้องลงไปเดินบนถนน

- ดูแลถนนหนทางให้มีสภาพดี ท่อระบายน้ำเรียบๆ  
- ทำฟุธบาทกว้างๆ (กว้างจริงๆ โปรดดูตามรูปประกอบ)
- ทำเลนจักรยานดีๆ ต่อเนื่องให้ถนนทุกสาย
- ปลูกต้นไม้เยอะๆ  สร้างสวนสาธารณะแยะๆ
- ควบคุมประชากรสุนัขให้ดี ป้องกันภาวะสงครามลูกระเบิดกระจัดกระจายเต็มท้องถนน


ไม่เริ่มทำตอนนี้ แล้ววันหน้า... ลูกหลานจะทำยังไงกัน ?


********************************

       
 
ไหนๆ ก็พูดเรื่อง นั่งมืดแล้ว
ขอปิดท้าย ด้วยอะไรที่ไม่เกี่ยวกับจักรยานสักนิดนึง
ภาพยนตร์สั้น ชื่อ Schwarzfahrer - ชาวนั่งมืด
(หนังสั้นที่ได้รางวัลออสการ์ปี 1994 ความยาว 10 นาที)



ในยุคนึงของเยอรมนี... ก็มีอะไรบางอย่างที่คล้ายๆ กับสังคมประเทศเรา ณ ตอนนี้
 http://en.wikipedia.org/wiki/Schwarzfahrer

No comments: