ตามสัญญาที่เคยให้กับ PJ น้อยไว้
หลัง Defense Thesis ของอิฉันเสร็จเรียบร้อย
ก็เลือกวิธีการที่ประหยัดที่สุด
โดยบินกับ EasyJet จากเมืองหลวงหนึ่ง
ไปลงอีกเมืองหลวงหนึ่งในทวีปยุโรป
บรรยากาศโคตรจะต่างกัน
จากเบอร์ลิน สู่บูดาเปสต์
ในแง่ผู้คน ความทันสมัยและสะดวกสบาย
คล้ายๆ กันแค่อย่างเดียวคือ
เป็น เมืองที่เคยถือสัญชาติคอมมิวนิสต์
ถ้าให้เมืองและคนที่บูดาเปสต์ เป็น "ชายหนุ่ม"
คงจะเปรียบให้เป็นท่านชายพจน์แห่งปริศนา
ที่ดูทึมๆ ขรึมๆ นิ่งๆ บางทีนัยน์ตา
ก็มีแววเศร้าเจืออยู่
6 องศาเซลเซียส
คืออุณหภูมิที่วัดได้
เมื่อเท้าแตะพื้นบูดาเปสต์
หนาวจริงแต่ไม่เคว้งและไม่โลนลี่
เพราะรู้ว่าอีกไม่นานจะได้เจอคุณเพื่อนแล้ว
แวะซื้อตั๋วรถก่อนตรงที่ทำการไปรษณีย์บนสนามบิน
จากนั้นขึ้นรถเมล์หวานเย็นจากชานเมืองเข้าตัวเมือง
แอบมึนกับความงงในเส้นทางของตัวเอง
เดินวนไปวนมาอยู่่เกือบครึ่งชั่วโมง
แถวหน้าบ้านแป้งจี่ที่เป็นเหมือนวงเวียน
แต่กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งรอบๆ วงเวียนนั้น
ก็มีอยู่หกเจ็ดแยก.......คิดว่าเส้นทางแม่นแล้ว
เจอช็อตนี้เข้าไปก็ทำเอาหลัง
ที่แบกเป้สิบกว่ากิโลมาเกือบจะหักไปเลย
พอหาบ้าน ที่ตั้งอยู่บนถนน Kalvin ter เจอแล้ว...
ก็ได้พบกับสาวน้อยชาวออสเตรเลีย
ผู้เป็นแขกมาขอพักพิงที่บ้านแป้งจี่.....
(คุณเพื่อนเปิดบ้านให้คนแปลกหน้ามานอนค้างอ้างแรมฟรีๆ)
อยากรู้ว่าทำไง ถ้าอยากเปิดบ้าน ให้คนอื่นนอน หรืออยากไปนอนบ้านคนอื่นฟรีบ้าง
ตามเวปนี้เลย (เสียตังค์นิดหน่อย) http://www.couchsurfing.org/
หากอยากนอนฟรีเลยแบบไม่เสียตังค์ ก็รบกวนไปที่ http://www.hospitalityclub.org/
คุณเพื่อนชาวออสซี่ของแป้งจี่จู่ๆ เกิดอยากกินอาหารญี่ปุ่น
ก็เลยขอติดสอยห้อยตามนั่งรถรางไปหม่ำซูชิ (ที่บูดาเปสต์ ??)
ชื่อร้าน Planetsushi....(www.planetsushi.hu)
รสชาติอาหารตะวันออกที่นี่ ก็ปะแล่มๆ (อยากกระซิบบอกเธอว่า เราทำเอง อร่อยกว่านะ 555)
ระหว่างทานก็นั่งคุยโน่นคุยนี่กัน เธอกำลังเรียนหมอ แต่อยู่ในช่วงตามหาตัวเอง
เลยออกเดินทางท่องเที่ยวให้ทั่วยุโรปก่อนจะกลับไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย
กินเสร็จ กลับบ้านมาร่ำลากัน
เจ๊ก็หิ้วกระเป๋าเดินออกจากบ้านลับหายไป
คุณโยะจึง unpack ข้าวของอีกนิดนึง
คุณเพื่อนโทร.มาบอกว่า
ต้องทำงานจนหกโมงเย็น
เลยออกเที่ยวกรุงซักรอบก่อนแล้วกันนะ
มุดลงไปขึ้นรถไฟใต้ดิน
ที่หน้าตารถไฟน่าเอาไปทำรถไฟเหาะบ้านผีสิง
เปิดดำเนินการตั้งแต่ตีสี่ถึงห้าทุ่ม
(ใครจะออกซิ่งภาคค่ำ ต้องนั่งแท็กซี่ หรือเดินเท่านั้น)
มุดโผล่ขึ้นมาก็เจอตึกหน้าตาเหมือน
ปราสาทโบราณ คิดในใจ
ท่าทางจะเป็นวังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
ก็คว้ากล้องถ่ายรูปมา ยิงกระหน่ำ
แต่
เพิ่งจะมารู้ทีหลังสองวันถัดมา
ตอนแป้งจี่พามาว่า
จริงๆ มันเป็นโรงอาบน้ำ
หรือโรงอาบอบนวด (ด้วยตัวเอง)
มิน่า ค่าเข้าชมมันดูแพงๆ ชอบกล
ข้างบนเป็นปราสาทโบราณของจริงชื่อ Vajdahunyad-vár
ที่เอามาทำพิพิธภัณฑ์ด้านการเกษตร ด้านหน้าล้อมรอบไปด้วยลำธารสายเล็กๆ ยืนหลับตา จินตนาการว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงกวีนิเวียร์ (Guinivere) กำลังรอคอยอัศวินแลนเซอร์ลอต (Lancel0t) อยู่
อิอิ อยู่คนเดียวเป็นต้องเพ้อเจ้อได้ทุกที....
เดินต่อมาอีกหน่อยก็เจอ
สิ่งก่อสร้างอะไรก็ไม่รู้
ใหญ่โตมโหฬาร
น่าจะขนาดใกล้ๆ กับสนามหลวงบ้านเรา
เห็นหนังสือเขาบอกว่าเป็น
Hero Square
Hősök tere หรือ Hero Square
สแควร์กว้างใหญ่สร้างเสร็จในปี 1900
อภิมหาพื้นที่กว้างตัดกับฟ้าใสๆ
จัตุรัสนี้ตั้งอยู่ระหว่าง
Museum of Fine Arts พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
กับ Palace of Art
ตอนที่สร้างจัตุรัสแห่งนี้
ฮังการีเป็นของอาณาจักรออสเตรีย
จึงไม่แปลกที่เห็นรูปปั้นของซุปเปอร์แมน
แบตแมนของฮังการี กษัตริย์หลายพระองค์มากมายจากราชวงศ์ Habsburg
เดินส่องท่านนั้นที จ้องตาท่านนี้ที
ลูบคลำก้อนหินมากมายแล้วก็เหนื่อยหมดแรง
ข้าน้อยเพิ่งรู้สึกตัวว่า
พอเที่ยวแบบไม่วางแผน
เพราะขี้เกียจและคิดว่า
มีเวลาตั้ง 7 วัน ในเมืองนี้
เดี๋ยวค่อยมาคิดสดมาถามแป้งจี่ก็ได้
จึงขาดลายแทง Excel ที่วางแผนแบบละเอียดๆ
เน้นให้ไปตายเอาดาบหน้าทั้งหมด
ผลลัพธ์คือ
"เดินมั่ว" 555
ก็สนุกดีนะ
เวลาเที่ยวโหมดนี้บ้าง
ประหนึ่ง"เวลา"ไม่มีผลอะไรกับชีวิต
พเนจรไปมา
ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก
เร่ร่อนไปมาจนได้เวลาคุณเพื่อนที่รักใกล้จะเลิกงานแล้ว จึงมุดลงดิน กลับบ้านในทันใด คุณนาย PJ บอกไว้ว่า เย็นนี้จะพาไปปาร์ตี้กับ เพื่อนๆ เก่าแก๊งค์ปริญญาโทด้านสิ่งแวดล้อม ของ Erasmus Mundus สถานภาพอิฉันจึงเป็นได้เพียง "ตัวแถม" เพราะเจ๊กว้างขวางมาก เพื่อนเจ๊เยอะจริง ตัวแถมอย่างเราจึงไม่ไปขัดขวางการเลี้ยงรุ่นเจอเพื่อนเก่าของเขาๆ ..... ไม่พูดมาก แต่กินแหลก 555
อากาศที่บูดาเปสต์หนาวหูหลุดมาก ร้านอาหารที่ไปชื่่อ........... (ขอไปเปิดโพยก่อน) ตกแต่งสวยงาม เพื่อนๆ ของแป้งจี่แต่ละคนมาในธีมดารากันหมด ตั้งแต่ออเดรย์ / ไมเคิล แจ๊กสัน / ส่วนเราไปในธีม คนรับใช้ ผู้ติดตาม :P
สนุก ปล่อยผีดี แต่ขากลับแทบจะหมดลมหายใจ สงสัย PJ จะลืมไปว่า....
วันนี้เราตื่นตี 5 555
No comments:
Post a Comment