BudaPest #5






โชคดีอีกแล้ว...
ที่วันนี้ฟ้ามัวหม่นขมุกมัว

จะได้ไปเที่ยวชมนู่นนี่ในอินดอร์สักที
ไม่งั้นถ้าฟ้าแจ่มๆ ใสมากๆ คงวิ่งปรู๊ดปร๊าด
ขึ้นเขาข้ามสะพานเอาแต่ถ่ายรูปกระโดดโลดเต้นแน่นอน

อาบน้ำแต่งตัวหม่ำข้าวเช้าส่งแม่หญิงพีเจไปทำงานเสร็จ
ก็มุ่งตรงไปที่

"รัฐสภา"


รัฐสภาเมืองไทยด้านในเป็นอย่างไร(ไม่เคยอยากรู้)
ชอบมาอยากรู้อยากเห็นเวลาไปเมืองนอก
ทำเท่อยู่เรื่อย (5555 กระแดะมาก)

พลาดไม่ได้เข้าชมที่นี่มาหลายวัน
จัดตารางเวลาให้เต็มๆ ครึ่งเช้าไปเลย....
ว่างมาก...


จะเที่ยวรัฐสภาที่นี่
อยู่ๆ จะบุกเดี่ยว
เดินสะเปะสะปะฝ่าเข้าไปไม่ได้

โน่น
จงไปยืนต่อแถว...กลางลมหนาว
แล้วค่อย

รอพี่ทหาร(พุง)ล่ำๆ เดินออกมารับ









พี่ไกด์ใจดี
พูดอังกฤษอย่างคล่องแคล่วเล่า
เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้
จนฟังตามแทบไม่ทัน



อลังการมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สมกับเป็นรัฐสภาของปารีสแห่งยุโรปฝั่งตะวันออก..

ว่ากันว่าเป็นตึกที่เกี่ยวข้องกับทางกฏหมาย
ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปเลย....
(รู้ไปทำไมล่ะเนี่ย -_-')


แวะเยี่ยมอภิมหามงกฏของฮังการี
ที่มีองครักษ์พิทักษ์อยู่อย่างหนาแน่น
สร้างความสมจริงให้ของที่อยู่ในตู้กระจก
สามพันเท่า

(แอบสงสัยว่า... ของจริง ใครจะเอามาวางโชว์ละเนี่ย
เป็นเรา คงเอาของปลอมมาใส่แทนแล่ว :P )

ณ จุดนี้ (ยืมสำนวนพริตตี้มาใช่ก่อน)
ลืมบทที่เกี่ยวกับรัฐสภานี้ไปหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ
อุตส่าห์ถือสมุดเลคเชอร์เดินตามพี่ไกด์สาวต้อยๆๆ
จดยิกๆ ..... เวลาผ่านไป สองปีกว่าๆ
คุณสมุดได้อันตรธานไปแล้ว -_-'




จบเรื่องการเมืองแล้ว
ก็ต้องออกสำรวจปากท้องของชาวบ้านกันต่อ


วันที่ห้าแล้ว
หลับตาเดินบูดาเปสต์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ตามกลิ่นอาหารไปโผล่ที่ตลาดค่ะ
ตึกข้างนอกหน้าตาเหมือน
สถานีรถไฟหัวลำโพง


แต่ด้านในโอ่อ่าหลังคาสูงโปร่งเหมือนเดินในไบเทค
ของที่เห็นมากมายวางเรียงรายคือ

พริกปาปริก้า และผลไม้สีสดใสทั้งหลาย กล้วย ส้ม แอ๊ปเปิ้ล และมะละกอ (อิอิ อันหลังไม่มีค่ะ)


Nagycsarnok
หรือ Great Market Hall
เปิดขายหลักๆ อยู่สองชั้น



ชั้นล่าง ขายอาหารสด ชั้นสองทำเป็นตัวยู
(น่าจะได้อิทธิพลจากตลาดสามย่านเก่า)
ขายพวกของที่ระลึกราคาย่อมเยาว์

เดินที่นี่แป๊บเดียว ก็ได้ของฝากครบถ้วนแล้ว









แหงนหน้ามองฟ้า
เมฆปกครองอยู่เต็มพื้นที่
ไม่มีวี่แววของแสงแดดส่องผ่านได้เลย

สรุปว่า วันนี้ทั้งวันจะขออุทิศให้
กิจกรรมในร่ม


เดินย้อนกลับไปแถวบ้าน
ก็ถึงพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี











ออกมาจากพิพิธภัณฑ์แล้ว... ฟ้าก็เข้าโหมดมืด หมดโปรแกรมแล้ว คืนนี้อากาศหนาวสยองกว่าหลายๆ คืนที่ผ่านมา ให้เดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ เมืองก็ทำลายสมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกายซะเปล่าๆ (และอีกไม่กี่วันก็จะได้ไปร่อนโปแลนด์กับนายแม่พีเจแล้ว โหมดป่วยอาจจะไม่เหมาะนัก)


ว่าแล้ว ก็หาเรื่องเสริมสมรรถภาพความงามกันดีกว่า
ผมตอนนี้เริ่มยาวรุงรังเป็นกอริลล่า....
ไม่ได้ตัดมาเกือบปี
(ครั้งสุดท้ายไปตัดที่โตเกียว ร้านอลังการมาก)

ในที่สุด ก็ได้มาตัดผมแถวๆ ยุโรปตะวันออก ที่ "บูดาเปสต์" แล้วกัน


เว่อร์ซะ

ลักษณะภายในร้าน.....
ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์
ที่เพิ่งจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง มองทางโน้นทางนี้
ผู้คนก็หน้าตาออกละม้ายไปทางรัสเซียกันเกือบหมด


จากปริมาณเก้าอี้ในร้าน เดาได้ว่า น่าจะเป็นร้านไม่เล็ก ขอเรียกว่าไซส์ "โรงงานทำผม"
แม้จะพูดคุยสื่อสารกันกับช่างทำผมไม่รู้เรื่องเลยยยย เพราะเขาก็พูดอังกฤษก็ไม่ได้ เราก็พูดฮังกาเรียนไม่ได้ ด้วยความสามารถสัมผัสที่หกและภาษามือ
ก็ได้มานอนสระผมและตัดผมเป็นลูกค้าคนสุดท้ายของร้าน

ออกมาสวยโล่งอก
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ




กลับบ้านแป้งจี่
ลั้ลลาถ่ายรูปเล่น ดูหนังใต้ผ้าห่ม


และสองเรา ^_^
จบค่ำคืนที่สวีทหวานจริงๆ.......











No comments: