3 days in Luxembourg


เรื่องมันมีอยู่ (ยาวมาก) ว่า
กาลครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว (พ.ย 2009) 
ทริปที่ไปโปแลนด์
เยี่ยมค่ายกักกันเอาชวิตซ์กับคุณนายแป้งจี่ 
พอคุณเพื่อนหนีกลับฮังการีไปแล้ว 
ก็เลยได้ลุยเดี่ยวแวะเที่ยวเหมืองเกลือ Wieliczka 
(http://en.wikipedia.org/wiki/Wieliczka_Salt_Mine)  

ระหว่างต่อคิวยาวๆ ก็เห็นคู่สามีภรรยาชาวญี่ปุ่น  
เลยขอลองทักทายฝึกภาษาญี่ปุ่นดู 
ปรากฎเป็นผู้ใหญ่ใจดีเฟรนด์ลี่มากๆ 
คุยกันต่อขากลับบนรถตู้จนมาถึงโรงแรม 
รวมๆ ก็สองสามชั่วโมง 
ก่อนจากกันแลกอีเมล์กัน 
สองสามีภรรยาก็ชวนว่า 
ถ้ามีเวลา อย่าลืมแวะมาเที่ยวบ้านเขาที่ ลักเซมเบิร์กนะ  

คุณผู้หญิงเป็นแม่บ้านคุณผู้ชายเป็น
ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทญี่ปุ่นในเยอรมนี
ได้ย้ายประเทศทำงานทุกๆ ปี
ทุกเช้าทุกเย็น 
เฮียจะขับรถข้ามแม่น้ำระหว่างสองประเทศทุกวัน 
เก๋มากก

 ก่อนเดินทาง ก็นัดแนะกัน คุณนาโอโกะใจดีมาก ปริ๊นท์ตารางการเดินทางจากต้นทาง Duisburg จนไปถึงสถานีปลายทางเลย :)  นัดแนะกันว่า เขาจะขับรถมารับตามเวลาที่ระบุ และจะพาขับเข้าบ้าน ณ ประเทศลักเซมเบิร์ก


ประเทศนี้ ระบบขนส่งมวลชนมันสุดยอดมาก







มาถึงบ้านด้วยสภาพเยินๆ เพราะหิมะตกหนักมาก
คุณนาโอโกะ ไวมากกกก
หยิบรองเท้าบู๊ธเราเอาไปเช็ดหิมะให้เรียบร้อย
ก่อนเก็บเข้าตู้  (ทำเอาเขินไปเลย 
อะไรจะทำให้เราขนาดนี้ -_-')
เจ๊โกะบอกต่อว่า
วันนี้เย็นๆ จะมีปาร์ตี้นะ
เดี๋ยวเอาข้าวของเก็บในห้องนอนเรา
แล้ว จะมาเตรียมอาหารกัน


เป็นปาร์ตี้ก่อนคริสต์มาสของสามครอบครัว
ที่ยังไม่มีลูกๆ กวนใจ


อาหารและของหวานที่นี่ คือ Homemade  ทั้งหมด
น้ำลายเริ่มจะไหลย้อยอยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้า
หลังจาก อยู่ในโหมดอาหารไทย ณ บ้านคุณเพื่อนๆ มานาน



เมนูวันนี้ คือ Hotpot : Nabe ท้องถิ่น
ของเมือง ... (3 ปีแล้ว ลืมสนิทเลย)



เฮียโจจิ ผู้ใจดี กับนาเบะ หม้อสแตนด์บาย

หม้อนาเบะพร้อม  เตาก็พร้อม
เฮียเล่าว่า โต๊ะตัวนี้ สั่งพิเศษ นำเข้าจากญี่ปุ่นมาเลย
เป็นโต๊ะที่ตรงกลาง เปิดออกเพื่อวางเตาได้
รอบๆ บุทองเหลือง ป้องกันโต๊ะไม้จะไหม้

ทีมสาวๆ เริ่ม เตรียมอาหาร
คุณผู้ชายกรึ่มๆ แชมเปญ ไวน์แดงไปแล้ว
เริ่มจะผึ่งพุง


ครื้นเครงกันมาก กินไปหัวเราะไป
เหมือนไม่ใช่คนที่เพิ่งรู้จักกัน
ใจดี และฮากระจาย 

เป็นบุญมาก ซาโยะเอ๋ย
(ตอนแรกที่เจ๊โกะบอกว่า จะมีแขกมาอีกสี่คน
ก็นึกว่าเป็นสไตล์เคร่งขรึม แนวดุๆ)  โล่งอกไป
เค้ก ฝีมือ นาโอโกะซัง ทำเองกับมือ
เค้ก หน้าตาดีมากและอร่อยมาก 
คุณสามีรำลึกความหลัง
หยิบมือเจ๊โกะและมีดมาตัดเค้ก
ประหนึ่งอยู่ในงานแต่งงานตัวเอง

(สวีทมาก)

อิ่มแล้วรู้สึกว่าจะฮากว่าเดิมอีก
เปิด Youtube เพลงญี่ปุ่น
พร้อมท่าเต้นประจำเพลง

เอิ่ม
อันนี้เริ่มยากละ
โดนลากไปเต้นร่วมขบวนการ
จูเรนเจอร์กับเขา -_-'



ปิดท้ายค่ำคืน
ด้วยจานชามกองพะเนิน
เรากับเจ๊โกะช่วยกัน
พาพวกมันลงไปในเครื่องล้างจาน





ยืมอินเตอร์เน็ตส่งอีเมล์นิดหน่อยพอประมาณ
จบลงด้วย
ห้องน้ำ


ห้องน้ำใหญ่มากสวยมากและน่านอนมาก
555 (ชอบเพ้อนะ เวลาไปเที่ยวบ้านคนอื่นเนี่ย)

ห้องนอนสบายกว่า สะอาดสอ้าน
เจ๊โกะดึงโซฟาเบ๊ด ออกมา
เป็นที่นอนกว้างๆ สบายนุ่มนิ่ม
ข้างนอกหิมะตกโปรยๆ
อุ่น และ หลับ





มื้อเช้า ตอนสิบเอ็ดโมง จัดเต็มกว่า
ผักสลัด โยเกิร์ต ขนมปังทำมือ
ซุปมิโสะ และน้ำส้ม

เจ๊นาโอโกะเล่าให้ฟังว่า
อาชีพเก่าก่อนแต่งงานคือ "นักโภชนาการ" 
พอแต่งงานแล้วต้องย้ายตามสามี ก็เลยต้อง
ลาออกจากงาน

ดูท่าทางแล้ว ตอนทำงานน่าจะเป็น
เวิร์คกิ้งวูแม่นที่ขยันทะมัดทะแมงมาก
ตอนเธอเล่าเรื่องราวถึงตอนลาออก
แอบเห็นแววเหงาเศร้าเซ้ง เล็กน้อย 

พอเที่ยง ๆ ขออนุญาต ออกมาเดินเตร็ดเตร่คนเดียว
เมืองสวยมาก และเงียบมาก
เหมือนทุกคนจะหยุดพักผ่อนกันหมดแล้ว
ร้านรวงก็ปิด

ทำได้เพียง
เก็บบรรยากาศด้วยกล้องถ่ายรูป G11 ตัวใหม่ที่
เพิ่งได้มาจากโตเกียว
(ณ ตอนนั้น)






บ้านเมืองที่นี่ ใช้กันสองภาษาอย่างคล่องแคล่ว
ทั้งภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน






กลับมาปุ๊บ
เจ๊และเฮีย เตรียมพาเราจาก
ริมชายแดน
เข้าเมืองลักเซมเบิร์ก 
เปิดหูเปิดตา
































ขาวโพลนไปทั้งเมืองจริงๆ 
มัน-หนาว-มาก
คุณรองเท้าบู๊ธหนังแอบรั่ว
เท้าข้าพเจ้าเลยชุ่มไปด้วยน้ำเย็น
ที่อุณหภูมิติดลบ

บรื๋อ


ถึงกระนั้น ก็เดินกันเกือบชั่วโมงกว่า
สลับด้วย กาแฟ กับเค้กอร่อยๆ
ในร้านกาแฟชื่อดัง บรรยากาศคล้าย
ร้านในญี่ปุ่น (หรือว่าญี่ปุ่นเขา
ก๊อบแนวยุโรปมา)

 จากนั้นเดินต่อ
ชอปปิ้งโปสการ์ด
ซื้อของที่ระลึกเสร็จก็
ทุกคนก็หันมาพยักหน้ากันว่า

กลับเหอะ
(หนาวแล้ววว)



แวะชอปปิ้ง
ซื้อข้าวของสำหรับมื้อเย็น
ของโปรด

Okonomiyaki (aka Japanese Pizza)

ได้กินของอร่อยอีกแล้ววุ้ย :)







อุปกรณ์พร้อมมาก ไม่รู้สึกว่าอยู่ในยุโรปเลย อารมณ์ว่ายังอยู่โตเกียวมากๆ 

มื้อนี้ ท่านโจจิ แสดงฝีมือเอง

เจ๊โกะจัดการซุปร้อนๆ ให้แทน
 

กินและดื่มกันจนพุงกาง





ภาคบันเทิง
ต่อกันที่ห้องรับแขกด้วย
ละครญี่ปุ่น
ที่ดูทางดาวเทียม
JIN
ที่เกี่ยวกับหมอผ่าตัด
ที่ย้อนเวลากลับไปในอดีต
ช่วยชีวิตคนในยุคที่
ชาวบ้านเขายังไม่หยิบมีดมากรีดท้องกัน


สนุกว่ะ...












 เผลอแป๊บเดียวเช้าวันสุดท้ายก็มาถึง
อาหารเช้า ที่ อร่อยและมีประโยชน์มากมาย (จริงๆ นะ)


ร่ำลาบ้านเล็กๆ ที่อบอุ่นมาก


ออกจากชายแดน ข้ามแม่น้ำไรน์ 
กลับสู่สถานีรถไฟ ณ ประเทศเยอรมนี

ขากลับวิวดีตลอดทาง ได้ดูแม่น้ำและภูเขาสวยๆ 
กับฟ้าหม่นๆ 


ได้เพื่อนใหม่ (อีกแล้ว) เป็นคุณป้าเยอรมันที่พูดอังกฤษไม่ได้ ส่วนฉันก็พูดเยอรมันไม่ค่อยได้
เดินทางกับน้องหมาหนึ่งตัว
กำลังจะไปเยี่ยมลูกสาวช่วงคริสต์มาส
ก็ยังจะพยายามคุยกันได้นะ 555
วันนี้ เราลงสถานีปลายทางเดียวกัน ^_^ 

เมืองบอนน์





No comments: