last Budapest + Krakow # 1 (Poland)



อยู่บูดาเปสท์มาเจ็ดวันแล้ว
และ
วันนี้จะอยู่นี่อีกแค่ครึ่งวัน

ตื่นมาในห้องที่คุุ้นเคย(กันแล้ว)
ชอบเตียงนุ่มๆ เพดานสูงโปร่ง
และความขลังเมื่อหลับตานึกว่า
ตึกรามบ้านช่องแถวนี้...อายุกี่ปีแล้ว


สั่งลาบ้านน้อยของคุณเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย
เก็บข้าวของและออกเดินทางไป
ที่ทำงานพร้อมกับแป้งจี่...........



ที่ทำงานเจ๊อยู่บนเขา
ที่ทำงานแบบนี้ทำให้คนทำงานตำแหน่งต๊อกต๋อย
ซึ่งไม่มีรถขับ
สุขภาพแข็งแรง รูปร่างดี
เพราะ การเดินขึ้นลงเขา(ในวันที่อากาศดี)ทุกวัน
ช่วยให้ต้นขากระชับ หัวใจสูบฉีด



แต่เจ๊เล่าว่า
หากในวันที่พายุฝนถล่ม
หิมะทลาย ... นั่นคือวันทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง
ทั้งอากาศที่เหน็บหนาว พื้นชันๆ ลื่นๆ
เสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดน้อยใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



ฝากกระเป๋าเดินทางไว้กับคุณเพื่อนเสร็จ
ก็ยังมีเวลาตลอดช่วงเช้า (เพราะคุณเพื่อนลาไว้แค่ครึ่งบ่าย)

เด็กว่างงานแบบเราจึงรีบลงเขา
หาที่เที่ยวถ่ายรูปเล่นต่อ


ก่อนที่จะนัดเจอกันในตอนเที่ยงอีกครั้ง






ลงจากเขา หยุดที่ริมแม่น้ำ มองเห็นรัฐสภา
ฝั่งโน้นไกลๆ ขนมปังหนึ่งก้อน กาแฟอีกสามคำ...
อากาศห้าองศา...
(ผลลัพธ์ น้ำมูกไหลย้อย... อี๊)
555



กระโดดขึ้นรถรางริมน้ำ
เลียบเลาะผ่านวังบนดอย
ผ่านที่อยู่ของอดีตกษัตริย์
ท่านประธานาธิบดีมาแล้ว

นั่งเลยมาอีกหน่อย
ก็ถึง เขาอีกลูก
เขานี้เป็นที่อยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขนที่ริมเขา
โบสถ์คาทอลิคในถ้ำ





โบสถ์ Gellért Hill Cave
นาซีเยอรมันก็เคยแวะมาใช้เป็นโรงพยาบาล
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง...

อะไรที่เป็นโบสถ์เป็นถ้ำ...
เงียบจริง สงบจริง
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ที่ไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวาย
นับเป็นความสุขสงบปลอดภัย
ที่ใครๆ ก็ชอบ...


ปาฏิหาริย์มีจริง
ตอนอยู่บนรถรางก่อนปีนเขาขึ้นมา
ฟ้าใส ฟ้าแจ้งจำปา แดดจ้า
ปีนมาถึงด้านบน ก็นึกว่าจะได้รูปสวยๆ

ฟ้าลงโทษให้หมอกปกคลุมเต็มทุกพื้นที่ ไม่เห็นอะไรเลย
ทั้งๆ ที่เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่เด่นดังที่สุดของเมือง




ก็เข้าแบบฝึกหัด "ฝึกปลง" กันไป
ไม่ต้องบ่น ไม่ต้องร้องทุรนทุราย
เหตุการณ์ธรรมชาติแบบที่ใครๆ ก็แก้ไขเองไม่ได้

เจอต้นไม้นี้
หลับตานึกว่าตัวเองเป็นโมเสส
ขึ้นมาบนยอดเขาซีนาย
อธิษฐานคุยกับพระเจ้า ^^

เดี๋ยวจะลงจากเขาไปพร้อมบัญญัติสิบประการ
ข้อ 1 จงเที่ยวไปรอบโลกจนกว่าขาสองข้างจะหมดแรง
ข้อ 2 จงหาเงินด้วยตนเองให้เพียงพอสำหรับกระทำการข้อ 1


:P เพ้อเจ้ออีกละ



ศิลปกรรมแบบโมเดิร์นอาร์ต...
"เละ"




เห็นสะพานข้างหน้าไวๆ
เกาะรถรางข้ามไปเที่ยวอีกที่ดีกว่า



โบสถ์คาทอลิกแล้ว
ก็มาต่อด้วย โบสถ์ยิว
Dohány Street Synagogue
http://en.wikipedia.org/wiki/Doh%C3%A1ny_Street_Synagogue

โบสถ์ยิวที่จุคนได้สามพันคน
ขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของยุโรป
และอันดับห้าของโลก

พิสูจน์ความมหึมาของที่นี่
ด้วยการซื้อไกด์ทัวร์ภาษาอังกฤษแบบจ่ายเงิน
....
มันใหญ่ สวย และสงบมาก




เหลืออีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้ดูในโบสถ์นี้เลย...

แต่เวลานัดเจอคุณเพื่อนแป้งจี่ก็มาถึงแล้ว







จบที่เที่ยวสุดท้าย ณ ประเทศนี้อย่างเป็นทางการ
ก็ได้เวลาพาคุณนาย Deuter
ข้ามประเทศกัน (อีกแล้ว)

ก่อนได้ขึ้นรถเกิดเหตุการณ์กระเป๋าตังค์แป้งจี่หาย
-_-'
ได้ตื่นเต้น เลือดลมสูบฉีดเล่นกันเกือบหนึ่งชั่วโมง
เพื่อที่จะพบว่า แม่นายลืมไว้ที่.. ไปรษณีย์
(จ่ายเงินแล้ว แถมกระเป๋าตังค์ไว้ให้ที่เคาน์เตอร์)

อิอิ หน้าตื่นเลย คุณเพื่อน


ตามแผนการที่เพื่อนใจดีจัดไว้ให้
ก็คือ เดินทางด้วยรถบัส ข้ามประเทศฮังการี
ผ่านสโลวะเกีย จบปลายทางที่เมือง คราโคฟ (Krakow)
ณ ประเทศโปแลนด์ ที่หมายของเรา


รถบัส ดูดีกว่าที่คิดไว้มาก
ทั้งบริการเครื่องดื่ม ที่นั่งนุ่มๆ
และภาพยนตร์ที่ดูไปหลายเรื่องเลย

เจ๋งสุด


ขอยกให้ วิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ที่น่าดู และมีเสน่ห์ใกล้ชิด
แบบที่คุณเครื่องบินจัดให้ไม่ได้



หลายครั้งที่รถบัสวิ่งผ่านถนนเล็กๆ
ผ่านทิวเขายาวๆ ต้นไม้เยอะๆ
กระท่อมเล็กๆ ที่มีควันลอยจาก
ปล่องไฟ แบบในนิทานที่อ่าน
(แล้วจินตนาการเอาเอง) ในวัยเด็ก



แวะปั๊มซื้อของหม่ำเล่น ที่ประเทศใหม่
"สโลวะเกีย"
ไม่เห็นอะไรเลย เพราะมันมืดมาก.....


เกือบสามทุ่ม ก็มาถึงเมือง Krakow
เดินวนรอบสถานีรถไฟกันเกือบครึ่งชั่วโมง
เพราะหลงทาง....

ณ Mosquito Hostel
ทางเข้าเหมือนประตูคุกอัซคาบัน

จองพักที่นี่
ด้วยความที่เชื่อ
เรตติ้งรีวิวของเวปไซต์โฮสเทล


แล้วมันก็ดีและสุดยอดเกินคาด....




Welcome Drink : Vodka
ที่ไม่ใช่แค่ต้อนรับ
แต่ส่งผลให้เมากันไปเลยตั้งแต่มาถึง
:P


จบค่ำคืนนี้ด้วย.... Pub crawling
ผองเพื่อนใหม่ชาวโปแลนด์ที่เป็นทีมสตาฟ
ที่หมดกะแรกแล้ว

พาสองสาว และอีกหลายชีวิตเพื่อนใหม่
นานาชาติที่พักอยู่ที่นี่

ตระเวนราตรี รู้จักเมืองภาคค่ำ
ก่อนพรุ่งนี้เช้า...
จะออกเดินทางสู่ "ค่ายกักกัน เอาท์ชวิตซ์"

1 comment:

Oui said...

รอภาค 2 อยู่นะคร๊าบ