-- Tokyo Summer --

จากที่ตั้งใจว่าจะไม่มายุ่งข้องเกี่ยวกับบล็อกอีกเลยจนกว่าจะส่งธีสิสเสร็จ... แล้วก็อดไม่ได้ เหมือนอะไรบางอย่างหายไป กอปรกับช่วงนี้เครียดจัดเรื่องธีสิส เลยมาบำบัดด้วยการเขียนบล็อกซักครึ่งชม.แล้วกันเนาะ (หาเรื่องอู้ซะงั้น) บล็อกใหม่นี่ เผลอแป๊บเดียวก็ครบปีแล้ว ตั้งแต่ที่ไปเรียนต่อเยอรมันจนร่อนเร่ข้่ามมาฝึกงานญี่ปุ่น... เลยขออนุญาตผู้อ่านเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนสีสันจากขาวมาเป็นดำ หนึ่งในสีโปรดเจ้าของบล็อก..


แล้วก็ขออวดห้องใหม่บนชั้นสาม หลังจากที่อยู่ไปซักพักค่อยดูได้เป็นบ้านหน่อย แต่ก็แอบเศร้าที่อยู่ได้แค่อีกสองเดือนเท่านั้นเอง สงสัยคงเป็นเพราะตำแหน่งปานที่ขา โดนทำนาย(ตั้งแต่เกิด)ว่าชีวิตข้าพเจ้าในอนาคตจะมีอันต้องไปโน่นไปนี่ ไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเหมือนคนอื่นเขา (แล้วก็จริงๆ ด้วย) โปสการ์ดที่แขวนในห้องยังมีไม่ค่อยเยอะ ใครสนใจจะบริจาคส่งมาให้เจ้าของบล็อกก็ไม่ว่ากัน :P



งานเลี้ยงอำลาหมู่ (BBQ Party)... ตามปกติแล้วงานเลี้ยงอำลาของบรรดาอินเทิร์นจะเป็นแนว"ลาเดี่ยว" ในร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะซะส่วนใหญ่ แต่รอบนี้อินเทิร์นที่จะกลับเยอรมันดันเป็น "ลาหมู่" สิบกว่าคน เลยตัดสินใจเลือกเป็นบาร์บีคิวปาร์ตี้นอกสถานที่แทน เพื่อนกลุ่มนี้จริงๆ มาญี่ปุ่นกันช่วงเดือนกุมภา (หลังเราอีก) แต่พอเรากลับมาฝึกงานต่อรอบนี้ กลายเป็นเพื่อนๆ ก็จะลากลับกันซะแล้ว




ตอนแรกว่าจะจัดกันริมแม่น้ำ แถวๆ Futakotamagawa แต่ดันจัดตรงกับวันที่เขาจะมีจุดดอกไม้ไฟกัน เลยต้องหาที่ใหม่กันด่วนจี๋ มาสรุปกันที่ สวนสาธารณะแถว Nakagawa ... ฤดูร้อนญี่ปุ่นนี่สุดๆ จริงๆ แสนจะทรมาน .. ทั้งอบอ้าว แถมด้วยเสียงของเจ้าจั๊กจั่นที่ร้องกันทั้งวันทั้งคืน แถมชีวิตเจ้าพวกนี้ก็แสนสั้น ทุกวันก็เจอนอนตายกันเกลื่อนเมือง ทำเอาเยอรมันสาวๆ หลายๆ คนขนลุกขนพองกันไปตามๆ กัน ... นับๆ รวมคนมาบาร์บีคิวได้เกือบสี่สิบคน เยอรมัน 70% ญี่ปุ่น 20% ชาติอื่นๆ อีก 10% จนบางทีรู้สึกแปลกๆ ว่าเอ๊ะนี่เราอยู่ญี่ปุ่น หรือว่าเยอรมันกันก็ไม่แน่ใจ .... จะว่าไปการมาอยู่ในสังคมฝรั่งในประเทศญี่ปุ่นก็ค่อนข้างดีสำหรับสุขภาพจิตเราไม่น้อย ถ้าจะให้อธิบายก็อยากบอกว่า โตเกียวเป็นเมืองที่อยากใช้ชีวิตอยู่ (ไม่นับมาเที่ยวนะ) น้อยที่สุดในโลก ... จากคำบอกเล่าของคนที่นี่ บอกว่าสภาพสังคมที่กดดัน(แบบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) ทำเอาหลายคนป่วยแบบไม่รู้สาเหตุมามากมาย (โดยเฉพาะนักศึกษาที่มาเรียนที่นี่)



จบปาร์ตี้แล้วก็แยกย้ายทยอยกันกลับบ้านไปทีละคนสองคน... ได้อ่านอีเมล์อำลากันวันละฉบับสองฉบับ เศร้าจริงๆ


(Special thanks to Daniel for this pix)




รูปกาแฟแก้วนี้ก็ได้จากการที่ออกเดินเรื่อยเปื่อยแบบไม่รู้จุดหมายในวันเสาร์บ่ายๆ หาร้านกาแฟไว้นั่งเขียนธีสิสที่ไม่ใช่ Starbuck หรือ
Dourtor แล้วก็มาเจอร้าน 珈琲店 柊 ก่อนถึงสถานี Azamino ตอนแรกก็ไม่กล้าเข้าไปข้างในเพราะหน้าร้านเขียนว่า Coffee Salon นึกว่าเป็นร้านตัดผมแบบกินกาแฟในร้าน -_-'  แต่พอลองเข้าไปข้างใน ก็ถึงกับตะลึง เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลก เพลงเพราะ กาแฟอร่อย (แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ :) นั่งอยู่ในร้านเกือบสี่ชั่วโมง ก็ได้คุยกันถูกคอคุณตาคุณยายเจ้าของร้าน (ทั้งร้านไม่มีเด็กเสิร์ฟเลย) ส่วนกาแฟก็เป็นแนวแฮนด์เมดประดิดประดอย คุณตาก็เป็นแนวตากล้อง แปะรูปสวยๆ ไว้เต็มร้าน... หนังสือในร้านที่วางก็มีแต่น่าอ่านๆ ทั้งนั้น... เห็นแล้วก็แอบอยากมีชีวิตในบั้นปลายแบบนี้บ้างจัง

อยากกินอาหารจีนแต่ไม่มีปัญญา เลยไปซื้อ MapoTofu มาทำเล่น เหยาะมะนาวหน่อยก็อร่อยดี



กลับมาเรื่องธีสิส.. ฟ้าประทานเชอรี่ให้มาเรียนที่วาเซดะ เลยได้อานิสงส์เพื่อนรักให้ช่วยยืมหนังสือจากห้องสมุดวาเซดะให้

ห้องสมุดกลาง

เดินชมไม่เยอะมาก แต่หลายมุมในมหาลัยก็อาจจะคุ้นตาจากหนังและละครญี่ปุ่นมาแล้ว..

เป็นมหาลัยที่ดูดี เงียบและสงบ (เพราะปิดเทอมแล้ว) ไว้รอเปิดเทอมแล้วหาเรื่องมาเที่ยวใหม่ดีกว่าแฮะ


ดินเนอร์สองต่อสองกับเชอรี่ที่ 一風堂 ไม่ได้กินมานานมาก (ครั้งแรกที่ได้ทานราเมนร้านนี้ ก็ห้าปีที่แล้วตอนเป็น OJT บินไป Fukuoka.. นานจริงๆ แฮะ)


กลับมาบ้าน พร้อมหนังสือกองยักษ์ -_-'


มื้อเย็นมื้อหนึ่งที่หมดอารมณ์ทำกินเอง เลยซื้อพาสต้ากึ่งสำเร็จรูป (ลวกเส้น อุ่นซองคาโบนาราเอง) ไปๆมาๆ จากอาหารอิตาเลียน เลยกลายเป็นอาหารจีนหน้าตาเหมือนหมี่ซั่วซะงั้น และรอบนี้ ไม่มีแผนไปเที่ยวไหนเลย... ทั้งๆ ที่เพื่อนอินเทิร์น (ที่เพิ่งมากันใหม่ๆ) ก็ชวนกันไปโน่นนี่เยอะแยะ ตั้งแต่ ปีนเขาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภูเขาฟูจิ ดูกันดั้มแฟร์ที่โอไดบะ Tokyo Disneyland Ghibli Museum ฯลฯ ก็อยากไปอะนะ แต่... รอก่อน....

Movie: Before Sunrise
"Most favourite movie#1"

Before Sunset --> #2





1 comment:

Lert_commander said...

ไหนว่ายุ่งไง ... มีเวลาปั่นบล๊อคด้วย อิอิอิอิ ...

ปล. อยากปายเที่ยวอะ ... T_T