หมดเรื่องเที่ยวก็ต้องเป็นเรื่องกิน เย็นวันหนึ่ง กับข้าวหมดตู้ เลิกเรียนทุ่มนึง หมดแรงทำอะไรใส่ปาก กลับมาบ้าน คุณน้องโอเพื่อนบ้านชวนหม่ำชีสเค้กที่อบไว้สามวันแล้ว (มีสิทธิ์เน่าแล้วนะเนี่ย) แหม แล้วใครจะกล้าขัดใจคุณน้องนิสัยดี ฟาดไปสองชิ้นเต็มๆ อิอิ ได้มื้อเย็นฟรีๆมาซะงั้น ทำบุญด้วยอะไรเนี่ย
หลายวันถัดมา ในวันงดสูบบุหรี่โลก จวบเหมาะกับวันเกิดคุณน้องอีวอนเพื่อนบ้านติดห้องข้าพเจ้า ชาวแก๊งค์เอเชีย อินเดีย ฮ่องกง ไต้หวัน บังกลาเทศ ไทยแลนด์ และยูเครน (คนหลังนี่กรี๊ดอาหารเอเชียสุดๆ) พร้อมใจกันหาเรื่องออกมากินข้างนอกตากลมด้านระเบียง (ความเดิม...ระเบียงนี้ที่เชื่อมกับห้องลิเดีย และเจ๊ใหญ่อกาธาสาวโปแลนด์ แปลว่า เข้าออกระเบียงไม่ได้ถ้าไม่ผ่านห้องคนใดคนหนึ่ง แต่ดันเน่า ฝุ่นจับ เดิมใช้เป็นที่เก็บของ ตู้เย็นเก่า ของเจ๊ใหญ่อกาธา ต่อมาเจ๊ก็ย้ายออกไปอยู่กับคุณแฟนเป็นที่เรียบร้อย) เลยถือเป็นโอกาสอันดี หาเรื่องกินฉลองวันเกิดกันไปด้วยเลยแล้วกัน อาหารแต่ละจานหมดไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงต้มข่าไก่ และผัดมาม่าต้มยำ (เมนูหลังนี่ เน้นสะดวก) ไม่อยากจะโม้ เจ๊ทำอะไรกินก็ขายดีสุดๆ
แล้วดาวเด่นของงานก็ตามมา คัพเค้กวันเกิดโรยงา พร้อมเพลงสุขสันต์วันเกิด รสชาติแปลกแต่มันส์ปากดี จากนั้นเปิดวงเม้าท์กับบรรดาสาวๆนานาชาติ นินทาหนุ่มเยอรมัน ฝรั่งเศส บังกลาเทศ อินเดีย ฯลฯ วิเคราะห์จิตวิทยาหลักมัดใจหนุ่ม (ฮ่าฮ่า อันหลังนี่ออกแนวฮาละ) เคล้าแชมเปญ ไวน์หนึ่ง ไวน์สอง หม่ำกันอย่างสนุกสนาน.... เคลียร์โต๊ะล้างจานกันเสร็จ ก็ได้เวลาขยับแข้งขยับขา ออกเดินทางกันอีกครั้ง วันนี้จะไปเที่ยวงานคาร์นิวาลวัฒนธรรมกัน เหมือนชื่อจะดูจริงจังมากเกินไป บรรยากาศจริงๆ ก็ไม่ถึงขนานน้าน
คุณหมีน้อย สัญลักษณ์เมืองเบอร์ลิน
แม้เมฆจะครึ้ม ฝนจะตั้งเค้า แต่ก็รู้สึกว่าคนทั้งเบอร์ลินจะแห่มาดูกันเกือบหมดเมือง สังเกตให้ดีที่สัญญาณไฟจราจร คุณพี่ชายปีนไปปักหลักเด่นเป็นสง่า (สุดท้ายก็โดนคุณตำรวจซิวไปโรงพัก)
ขบวนลุง Smurf นี่มีแอบประหยัดงบ
แรกๆก็เป็นขบวนพาเหรดสวยงาม โชว์ชุด และท่าเต้นอลังการ มาหลังๆ เหลือแต่แนวผับเคลื่อนที่ ดนตรีสิบกว่าแนว แห่ตามๆ กันมา
ของฝากตอนจบ ขยะเกลื่อนเมือง (โดยเฉพาะขวดเบียร์) กินเสร็จก็ปล่อยลงที่พื้นเลย บางคนก็กระโดดเหยียบ เตะกันสนุกสนาน (สงสัยมันเมาจนนึกว่าเป็นลูกโป่ง) ช่วงนี้เริ่มจะอันตราย ใครใส่ขาสั้น รองเท้าแตะมา อาจเจ็บตัวฟรี .... พอสามทุ่มงานก็เลิกรา พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย... ชอบจริงๆ ฤดูนี้
เหมือนไม่ได้แปะบล็อกบำบัดจิตอยู่นาน มาเม้าท์เรื่องอื่นต่อดีกว่า
สามเดือนเต็มที่ห่างหายไปจากเบอร์ลิน กลับมาก็พบว่า มีเรื่องในบ้านเกิดขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่จะเกิดจากที่คุณเพื่อนบ้านหนุ่มอินเดียร่างยักษ์ จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้รายงานว่า เฮียชอบให้ที่พักพิงระยะยาวแก่เพื่อนเป็นประจำ จนเริ่มจะสร้างความรำคาญอิดหนาระอาใจให้กับสาวเพื่อนบ้านไต้หวันและฮ่องกงไม่ได้หยุดได้หย่อน เพราะเฮียและหมู่คณะชอบทำห้องน้ำ ห้องครัวสกปรก หลังๆ ก็เริ่มจะไม่มีความเกรงใจ ยึดครองห้องครัวปล่อยควันจากอาหารอินเดีย (ที่น้องลิ บอกเหม็นมากกกค่ะ) ฟุ้งไปหลายๆ ชั่วโมง จนไม่มีใครกล้าเข้ามาทำกับข้าวกิน เพราะกลัวกลิ่นติดตัว -_-' ถึงขึ้นที่ให้คุณน้องอูล่า คนยูเครนมาเป็นแม่เรือใหญ่เปิดประชุมสภาขอความกรุณาให้เฮียอิน ช่วยแจ้งและเพิ่มดีกรีความเกรงใจขึ้นก็จะดีไม่น้อย แรกๆ หรือตอนที่เจ๊อูอยู่เฮียอินก็ไม่กล้า แต่หลังๆ เริ่มจะกลับไปสู่สภาพเดิม เลยทำให้ทุกวันนี้ น้องลิ กับน้องวอน ไม่อยากจะเสวนากับชาวชมพูทวีปอีกต่อไป
แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่ค่อยได้เจอกับตัวเองเท่าใดนัก จนกระทั่ง....เย็นวันหนึ่ง ที่อยากกินอาหารอิตาเลียนมากๆ เปิดตู้เย็นเตรียมจะหยิบนมสดกล่องยักษ์ที่เหลืออยู่ครึ่งกล่อง... !#$%^&*( อ้าว หายไปไหนล่ะเนี่ย นมฉัน ถามน้องลิ วอน และโอ ทั้งสามก็บอกไม่ได้เอาไปนะ เสร็จปุ๊บ น้องลิเริ่มจะตะหงิดๆ เดินไปที่ตู้เย็น อ้าว ! นมกล่องฉันก็หายเหมือนกัน .......... แล้วจะหายไปไหนได้ละเนี่ย เฮ้อ ก็ไม่อยากจะสันนิษฐานส่งเดชหรอกนะ แต่หงุดหงิดใจ อยากกิน แต่ไม่ได้กินเนี่ย มีโมโห
แถมอีกหน่อย..เรื่องมีอยู่ว่า.. พอดีแชมพูใกล้หมด วันหนึ่งเลยให้น้องลิช่วยเลือกยี่ห้อดีๆ ให้คุณพี่ที่ซุปเปอร์ระหว่างทางเดินกลับจากมหาลัย ถัดจากนั้นห้าวัน หยิบขวดแชมพูยักษ์ขึ้นมา น้ำหนักหายไปไหนก็ไม่รู้ เดาได้ว่าเหลืออยู่แหมะเดียวติดก้นขวด ก็งงว่า เอ๊ะ นี่ทำไมฉันใช้แชมพูเก่งขนาดนี้เนี่ย ยังไม่ถึงอาทิตย์จะหมดซะละ เลยเอาความนี้ไปเล่าให้ลิฟัง ลิก็ตกใจบอกว่า เป็นไปได้ไง ก็เธอเพิ่งไปซื้อกับฉันนี่นา หรือว่านั่นจะเป็นแชมพูของฉันที่ใกล้จะหมด ส่วนแชมพูขวดเต็มของเธออาจถูกขโมยไป ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้เนี่ย
แล้วเรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะจับไม่ได้ว่าใครทำ เฮ้อ เซ็ง
ติดพี่โจกับน้องขวัญใจงอมแงม ฮาแตกจนขากรรไกรเริ่มจะทำงานผิดปกติแล้ว
เอาน้องเอมิลี่มาดูอีกรอบ รอบนี้ไม่เหมือนรอบที่แล้ว



No comments:
Post a Comment