-- First Week in Japan --


เช้าวันรุ่งขึ้นของการมาถึงโตเกียว คือวันแรกในที่ทำงาน ได้เพื่อนบ้านคุณเบียร์กิตสาวเยอรมันใจดี ผู้ได้รับหน้าที่จากบริษัทให้พาเด็กฝึกงานหน้าใหม่อย่างเรา พาไปส่งที่บริษัทจนถึงโต๊ะทำงาน.... ขึ้นรถไฟรอบแปดโมงครึ่ง ตกตะลึงกับความเบียดเสียดยัดเยียดของคนในรถไฟ ทำเอาเกือบเป็นลม โอ้ว ทุกเช้าฉันจะต้องเจอแบบนี้หรอเนี่ย .....






เดินจากบ้านไปถึงสถานี Tama Plaza Station ใช้เวลาประมาณสิบห้านาที จากนั้นก็นั่งรถไฟอีกครึ่งชั่วโมงไปถึงสถานี Shibuya แล้วก็เดินอีกห้านาทีก็ถึงตึกบัญชาการของบริษัท โชคดีที่ได้นั่งใกล้หน้าต่าง เลยได้เห็นวิวมหานครโตเกียว เจ้านายและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ในทีมเป็นคนญี่ปุ่น คนเยอรมัน ทำตำแหน่ง Product manager รับผิดชอบสินค้าต่างๆ กัน เช่น แบตเตอรี่ ออยล์ฟิลเตอร์ แอร์ฟิลเตอร์ ที่ปัดน้ำฝน ระบบเบรก ฯลฯ ซาโยะเอ๋ย จากที่เคยแต่ได้ยินผ่านๆ หู คราวนี้ล่ะแก จะแมนขึ้นอีกเยอะ (ฮ่าฮ่า ถ้าเทียบกับเรื่องความงาม..เครื่องสำอาง และอาหารเสริมที่เคยทำมา)


ที่ทำงานอยู่บนชั้นเจ็ด เรียกว่าแผนก Automotive Aftermarket พวกชิ้นส่วนเกี่ยวกับรถยนต์ มีเจ้านายใหญ่ผู้จัดการแผนกหนึงคน เจ้านายเล็กอีกสองคน ดูแลพวกระบบเบรก กับฟิลเตอร์ต่างๆ โชคดีที่มีเพื่อนอินเทิร์นอีกสองคนในแผนกเดียวกัน คนแรกเป็นหนุ่มฝรั่งเศสชื่อ เจเรมี่ อีกคนเป็นสาวเยอรมันชื่อ เทเรเซีย ทั้งคู่พูดญี่ปุ่นน้ำไหลไฟดับ ทำงานเก่งไม่ใช่น้อย แถมนิสัยดีอีก


มื้อเที่ยง เป็นช่วงเวลาที่เฝ้ารอคอยอยู่ทุกวัน เพราะได้อิ่มอร่อยอาหารญี่ปุ่น ที่ Cafeteria ของบริษัทบนชั้นสิบเจ็ด เพราะเป็นของบริษัทราคาต่อเซ็ทก็แค่ 250 เยน (แต่ถ้าอยากทานอย่างอื่นเพิ่ม เช่น ผัก เต้าหู้ สลัด ก็จ่ายเพิ่มจานละร้อยเยน) ของโปรดมากๆ อดอยากมานานแล้วจากเยอรมนก็คือ "เมนูปลา" ตั้งแต่มายุโรปได้กินปลาไปแค่มื้อสองมื้อเอง เพราะแพงมาก ตัวเล็กมาก และหายากมาก พอมานี่ ก็เลยเป็นของโปรดเกือบทุกเที่ยง (เพราะไม่มีเตาย่างปลาที่บ้าน แล้วก็เป็นเมนูที่ทำเองให้อร่อยๆ ไม่เป็น) พอเบื่อๆ บางวันก็หันไปหาเมนูของทอด พวกหมูทอด ไก่ทอด กุ้งทอด ข้าวแกงกะหรี่ ราเมน ฯลฯ


บางทีก็ได้เจอเพื่อนๆ อินเทิร์นจากแผนกอื่นตอนมื้อเที่ยงด้วย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่มาจากเยอรมัน ที่เหลือก็คละๆ กันไปตั้งแต่ ฝรั่งเศส สวีเดน เกาหลี ไต้หวัน ออสเตรเลีย กัมพูชา ฯลฯ อ้อ แล้วก็ข้างห้อง ก็เป็นน้องคนไทยน่ารักนิสัยดีอีกคน ที่มาฝึกงานด้านวิดวะที่บอช ตอนแรกนึกว่าจะต้องหงอ ในสังคมทำงานแบบญี่ปุ่น ทำๆไป มีเพื่อนๆ อินเทิร์นเยอะแยะ ก็ค่อยยังชั่วรีแลกซ์ขึ้นมาเยอะ




สัปดาห์แรกในญี่ปุ่น นอกจากเรื่องงานที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มแรก ก็มีเรื่องการตั้งรกรากถิ่นฐาน อาทิ ซื้อของเข้าบ้าน ทำนู่นทำนี่ ตั้งแต่ Alien Card Registration และ Re-Entry permit เซ็นเอกสารเปิดบัญชีธนาคาร (อันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่ต้องไปทำเอง HR จัดการให้) ซื้อมือถือ (ระบบพรีเพดในญี่ปุ่นนี่มันหายากจริงๆ มีอยู่เจ้าเดียวก็คือ Softbank) หาอินเตอร์เน็ตใช้ (ได้แชร์กับเพื่อนบ้าน บางทีก็ติด บางทีก็ดับแล้วแต่ยถากรรม)



มือถือสีหวานแหวว ที่หน้าตาเหมือนรีโมทแอร์ พับไม่ได้ แต่แบนมากๆ แถมเก็บในกระเป๋าตังค์ได้



หลังจากลงไปสำรวจห้อง common room ในชั้นหนึ่งของอพาร์ทเมนต์ ก็ได้พบกับเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ที่รีดผ้า เครื่องดูดฝุ่น เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย ดีนะที่ไม่ได้แบกเตารีดมาจากเบอร์ลิน


แต่ที่ทำเอาเซ็งคือ หม้อหุงข้าว หลังจากที่ซื้อจากเมืองไทยไปใช้ที่เบอร์ลิน แล้วก็เลยแบกจากเบอร์ลินมาที่โตเกียวด้วย ปัญหาก็คือ มัวแต่นึกว่า หัวปลั๊กมันเสียบไม่ได้ ต้องไปซื้อ adapter มาเปลี่ยนหัว แค่นั้นน่าจะพอ ผลก็คือ ซาโยะก็หุงข้าวไปประมาณเกือบชั่วโมง แอบแปลกใจ ตอนอยู่เยอรมันสิบห้านาทีก็หุงเสร็จแล้ว พอมาดูที่หม้อ อ้าว มันไม่ใช่ไฟแบบทั่วโลกนี่นา กำหนดไว้ที่ 220 V. เท่านั้น มิน่าล่ะ แหม เจ๊ก็หุงแบบไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ......พอไปดู adapter ที่แปลงไฟที่ร้าน Bic Camera ตกประมาณสองพันกว่าบาทได้ ราคาเกือบเท่าหม้อหุงข้าวใหม่ๆ เลย ส่วนจะให้ซื้อหม้อหุงข้าวใหม่เลย ก็ไม่ไหว ไม่ได้อยู่นานเป็นปี โชคดีอีกครั้ง ได้รับอนุเคราะห์จากเฮียวี รุ่นเดอะแห่งเอกญี่ปุ่น กำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านพอดี เลยไปฉกมายืมซะเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ :)





มื้อนี้หมูทอด อร่อยสุดยอด บน MarkCity Shibuya กับพี่วีและน้องแจงชาวคณะอักษรว่าที่ด๊อกเตอร์กันทั้งน้านนน




เมนูประหลาดๆ "อุด้งผัดกระเพราใส่คะน้า" หน้าตาอาจจะดูไม่ได้ แต่โคตรจะอร่อย (haha ขออวดหน่อยนะ)



เมนูล้างตู้เย็น


สปาเก็ตตี้ผัดกระเทียมพริกแห้ง แล้วก็กวาดผักทั้งตู้เย็น แอบกลัวจะขาดสารอาหาร เลยต้มไข่ใส่ไปอีก (บ้าไปแล้วจริงๆ) ส่วนข้างล่างก็เป็นเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์กับเพื่อนๆ อินเทิร์น บรรยากาศคล้ายๆ หมูกระทะ ควันโขมงโฉงเฉงไปทั้งร้าน จานข้างๆ ก็สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือ กับสลัดจานโต



ตั้งแต่มาอยู่นี่เป็นไรไม่รู้ สงสัยอายุเยอะขึ้นมาก อยากสวย เลยหมั่นกินผักเป็นกะละมังๆ ทุกวัน ผักที่นี่เหมือนบ้านเรา กำเบ้อเร่อ ไม่เหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เบอร์ลิน มีแต่ผักของฝรั่ง บางวันลดราคา เลยได้ผักขม ผักกวางตุ้ง ผักอะไรก็ไม่รู้มากมาย ที่ไม่รู้จัก แต่เอาไปต้มๆ กินราดโชยุ ก็อร่อยไม่น้อย





อีกร้านที่ขอแนะนำอย่างแรง หลังจากทำงานไปได้อาทิตย์กว่าๆ ทุกวันต้องเดินผ่านร้าน beard papa's เพื่อไปขึ้นรถไฟที่สถานีตรง Shibuya กลิ่นความหอมของขนมปังที่(ตั้งใจ)อบกันหน้าร้าน ตลบอบอวลยั่วน้ำย่อยทุกวัน เย็นวันศุกร์ก็เอาเลย ยอมไปต่อคิวยาวเหยียด กวาดมาสามชิ้น มาหม่ำที่บ้าน



โอ๊ย............ ทำไมมันอร่อยขนาดนี้เนี่ย
โดยเฉพาะเจ้าอัลมอนด์อันเล็กๆ ด้านบน
ชิ้นนี้อร่อยมากๆ





วันหยุดแรกของสัปดาห์ อากาศดีมากๆ
ออกสำรวจบริเวณรอบๆ ฟ้าใสๆ ลมเย็นๆ

ทางเดินขึ้นอพาร์ทเมนต์ ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณน่องได้เป็นอย่างดี เพราะชันมาก -_-'










วันอาทิตย์แรก ได้พี่นุ้ย รุ่นพี่ชมรม รุ่นเดอะๆๆ ให้เฮียช่วยพาไปหาร้านขายของไทยให้หน่อย แบบทนไม่ไหวแล้ว อยากได้น้ำปลา ซีอิ๊วขาว พริกขี้หนู น้ำพริกนรก และซอยหอยนางรม ฯลฯ




ไปลงป้าย Shinjuku แล้วก็เดินๆๆๆ เกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึง เป็นร้านที่ซ่อนในตึกอยู่ชั้นสอง
จ่ายเงินไปเกือบสองพันเยน กับทุกอย่างที่อยากกิน
เฮ้อ อย่างน้อยก็จะได้ทำไข่เจียวอร่อยๆ ได้ซะที เย้


เวลาอยู่เมืองนอกบางทีมันก็ขี้งกกว่าอยู่เมืองไทยเยอะนะ อย่างกาแฟที่บริษัทมีขายในตู้ขายของอัตโนมัติแก้วละแค่หกสิบเยน เจ๊ยอมกินแค่สัปดาห์เดียว พออาทิตย์ถัดไปเลยไปซื้อแบบกระป๋องมาชงกินเองซะเลย แต่ก็ไม่ค่อยแรงสู้กาแฟสดบ้านเราไม่ค่อยได้เท่าไหร่ บางวันเลยได้ออกไปซื้อกาแฟข้างนอกบริษัท มีร้านนึงชื่อ Coffee Island ราคาแค่ร้อยสามสิบเยน (ประมาณห้าสิบกว่าบาท) มีกาแฟให้เลือกเยอะมาก เกือบ วันไหนง่วงๆ ก็ตื่นเลย สำหรับสตาร์บัคส์ อยู่เมืองไทยก็กินบ้าง ตอนทำงาน แต่พอมานี่ไม่เคยได้เข้าสักครั้ง -_-'

ทางเดินกลับบ้าน ดูเหมือนจะเปลี่ยว คนน้อย แต่ก็ปลอดภัย ดาวเต็มฟ้าและสงบเงียบดี ................
จะว่าไปก็เป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนจริงๆ ตอนเดินเฉื่อยๆ ไม่ต้องรีบกลับบ้านเนี่ยแหละ

มาอยู่นี่ตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้ให้มากที่สุด ท่านผู้อ่านก็ทนๆ อ่านกันหน่อยน้า....
(ส่วนใหญ่เน้นแต่เรื่องกินแฮะ)

5 comments:

Anonymous said...

ดีจังเลยจ้าที่ได้กลับไปญี่ปุ่นอีกครั้งนะ ^^

Sayo said...

:) ก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกันค่ะ ว่ามาได้ไงเนี่ย

Anonymous said...

ชอบอ่านค่า แต่อยากให้รูปใหญ่ๆกว่านี้หน่อยได้ป่าวคะ
:)

Sayo said...

ตอนทำบล็อกใหม่ๆ นึกว่ารูปมันจะเกะกะมากไป
เลยเลือกขนาดภาพให้เล็กสุดค่ะ

ไว้ตอนถัดไป จัดให้นะคะ [^_^]

Anonymous said...

อ่านแล้วเพลินดีครับ ลืมโลกไปหลายนาที ก็ขอให้สนุกกับการอยู่ที่ญี่ปุ่นนะครับ