กลับมาเพื่อที่จะเตรียมตัวสำหรับสอบปากเปล่า
Oral Defense วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท
ที่ส่งจากโตเกียวไปเมื่อเดือนก่อน
หายจากที่นี่ไปเกือบ... สี่เดือนเต็ม
กลับมาอีกทีก็คือวันสุดท้าย
ที่จะทำหน้าที่นักศึกษา (ถ้าสอบผ่าน)
ใจหายอีกละ ... เฮ้อ
ช่วงสุดท้ายในเบอร์ลินที่มีความสุขเต็มเม็ด สมองปลอดโปร่งจากการเรียนที่หลอกหลอน การฝึกงานที่ยุ่งเหยิง การเดินทางที่ยาวนาน หลุดพ้นภาวะท่องเที่ยวพเนจร ไปโน่นไปนี่ในเบอร์ลิน นัดเพื่อนๆ ทานข้าว ได้เพลิดเพลิน เสียแค่ว่าบัตรนักเรียนหมดอายุแล้ว (ขึ้นรถฟรีทั่วเมือง) จึงทำให้ต้องจ่ายเงินเองทุกกรณี (เที่ยวละ 2-3 ยูโร / 6 ยูโรต่อวัน)
จะเป็นสาวนั่งมืด (นั่งรถแล้วไม่จ่ายเงิน) รับความเสี่ยง ถ้าเจอคนตรวจตั๋วก็โดนไป 60 ยูโร บ่อยๆ ก็ไม่ไหว หัวใจจะวาย ลุ้นตลอดวเลา ยอมจ่ายเงินละกัน
ปาร์ตี้สุกี้ที่บ้านรุ่นพี่คนไทยบ้างอะไรบ้าง ยังไงก็เพลินปากได้เม้าท์ได้คุยภาษาไทย ภาษาบ้านเกิด ก็ได้อิสระทางการพูดเต็มร้อย
ชั้นสอง หน้าสุด
ที่นั่งที่ชอบที่สุด บนรถเมล์สาย M85
ไปเรียน ไปเที่ยว หรือไปไหน ก็ได้ใช้บริการสายนี้บ่อยๆ
ก่อนงานรับปริญญา ที่มหาลัย จัดนัดทานข้าวเล็กๆ ให้ระหว่างรุ่นเราที่จะจบ กับรุ่นใหม่ที่กำลังมา ณ ร้านอาหารอินเดีย
อีกวันนึง อากาศดีมากกก (หายากมากช่วงนี้) อยากไปเที่ยวชลอสต์การ์เท่น Schloss Garten (Palace Garden) ขี้เกียจไปคนเดียว จึงชวนเพื่อนร่วมคลาสชาวฝรั่งเศสใจดี น้องวินเซนต์ หรือแวงซองต์ไปด้วยกัน
เป็นสวนสาธารณะขนาดมหึมา
เสน่ห์ของทุกประเทศที่มีสี่ฤดูคือ
ช่วงเวลาที่ต้นไม้กลายร่างจากสีเขียวเป็น
ส้มแดงและเหลือง
หมดแรงเดิน ต่อด้วย มื้อเที่ยง ณ ร้านอาหารเวียดนาม ประเทศร่วมซีกทวีปเดียวกับพวกเรา ประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส .... เฮ้อ รสชาติก็... ด้วยความร้อนของอาหาร หนาวขนาดนี้ กินอะไรก็ได้แล้วล่ะ ขอแค่ร้อนๆ
ปิดท้าย การทัศนศึกษาเบอร์ลินวันนี้ด้วยการ ไปตัดผมเป็นเพื่อนคุณน้องแวง ด้วยประสบการณ์การตัดผม ณ ประเทศไทย ญี่ปุ่น ฮังการี จนมาถึงเยอรมนี ขอบอกว่า... ญี่ปุ่นไฮโซสุดในโลกแล้ว ร้านนี้ที่เบอร์ลิน ก็...ได้ความรู้สึกประมาณ ตัดผมที่ต่างจังหวัดบ้านเรา อิอิ
ของโปรดของเราในเบอร์ลินนี้ก็คือ
U-Bahn (อูบาห์น)
ตู้รถไฟสีเหลือง เงียบๆ ทึมๆ
เสียงปึงปังของประตูรถ
einsteigen (อายน์ชไตน์เก้น)
aufsteigen (เอ๊าฟชไตเก้น)
ฟังบ่อยๆ จนจะตกหลุมรักเสียงหุ่นยนต์คนพูดแล้ว
ท้ายที่สุด(ในเบอร์ลิน)
ก็คือการรับปริญญา
ตอน ป.ตรี เวอร์มาก ถ่ายรูปไปสิบกว่าม้วน เสียเงินค่าทำผมแต่งหน้าไปเกือบพัน ค่าโน่นนี่นั่น ฯลฯ สุดท้าย มองกลับไปแล้ว มันไม่ได้มีค่าอะไรเหลือไว้เลย เท่าที่ใช้ ณ ตอนนี้คือเนื้อหาวิชาประสบการณ์จากอาจารย์และตำราเรียน บวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ชมรมและกิจกรรม
วันนี้จึง.. ทำผมเอง แต่งหน้าเอง ถ่ายรูปเอง หมดไปไม่เท่าไหร่ ใบปริญญา หรือประกาศก็เห็นเป็นแค่กระดาษหนึ่งแผ่นหนีบกระเป๋ากลับบ้านไป
ผ่านไปเกือบจะสองปี คางเริ่มจะหายแล้ว
ตัวเริ่มบวมพร้อมกับห้ากิโลกรัมที่แถมมา ^^
ชีวิตหลังเรียนจบ ตั้งใจว่าจะหางาน
ถ้าได้ก็คงจะคว้าเลย
ถ้าไม่ได้ก็คงจะอำลากลับบ้านเกิดเลย
ถ้าไม่ได้ก็คงจะอำลากลับบ้านเกิดเลย
เพราะหมดตัวจากการเที่ยวไม่หยุดยั้งแล้ว แหะๆ -_-'
ก่อนจะเดินทางไปฮังการี
ค่ำคืนหนึ่งหลังจากแปะ Resume ใน Monster.de เวปหางานยอดฮิต
จู่ๆ ก็ได้อีเมล์แปลกหน้าจากบริษัทจัดหางานให้บริษัทญี่ปุ่นในยุโรป
เช้าวันรุ่งขึ้น
บอกว่า จะขอนัดเวลาเพื่อสัมภาษณ์
ตำแหน่งงานในบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต
บ่ายวันนั้น ก็คุยกันจบเลย
โอ้ว มันเร็วมาก.....
สองสัปดาห์
หลังกลับจากการเดินทาง
ร้อนใจอีเมล์ไปถามเรื่องผลการสัมภาษณ์เขาก็บอกว่า
เสียใจด้วย... เขาได้คนไปแล้ว ปลอบใจเราด้วยคำว่า
แต่ช่วงนี้ยังต้องการคนได้ภาษาญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ นะ แล้วจะติดต่อกลับไปนะจ๊ะ
ฮู้ .เฮ้อ ..
วีซ่าจะหมดสิ้นปีนี้(อีกหนึ่งเดือน...)แล้ว
ถ้าอยากอยู่ต่อ วีซ่าขอไม่ยาก
ยากที่ต้องมีเงิน
ต้องหาที่อยู่ใหม่ในราคาคนธรรมดา
แปลว่าหลายหมื่นบาทต่อเดือน
ต้องจ่ายเงินค่าประกันสุขภาพล่วงหน้า ต้อง.. ต้อง... ต้อง...
สำหรับเรา
ความสนุกสนานของการมาเรียนต่อมาเที่ยวเมืองนอก
อยู่ที่การได้ใช้เงินที่ตัวเองหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง
แปลว่า จะเที่ยวแค่ไหน จะใช้เงินเท่าไหร่ ไม่มีใครว่า
ถ้าไม่ได้งานที่นี่
ก็
กลับเมืองไทยละกันเนาะ ^_^
เมื่อตัดใจได้แล้วว่าจะกลับเมืองไทยชัวร์
ภารกิจสุดท้ายก่อนอำลาเบอร์ลิน
- ซื้อตั๋วเครื่องบิน กลับเมืองไทยที่รัก
- ซื้อตั๋วรถไฟ Deutsche Bahn (ด๊อยเช่อบาห์น)
เบอร์ลิน (Berlin) - ดุยซ์บวร์ก (Duisburg)
เวลาออกเดินทาง : ตีห้า... เพื่อราคาที่ย่อมเยากว่า -_-'
- Last Supper กับทีมไทย ทีมเพื่อน MBA ทีมหอพัก
- เคลียร์ของกิน ของแห้ง ของสดในตู้เย็น ลงกระเพาะตัวเอง และเพื่อนๆ
- ขายของ ... พรมและโต๊ะเล็ก IKEA ให้อายูมิ เพื่อนร่วมห้อง
- แจกของ ... หม้อ กระทะ ตะหลิว อุทิศให้เพื่อนร่วมห้องรุ่นถัดไป
- เคลียร์ห้อง
- ส่งกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไป Duisburg ล่วงหน้าทางไปรษณีย์ เนื่องจากหมดปัญญาขนไปสถานีรถไฟสองใบใหญ่ขึ้นรถเมล์ รถไฟแต่เพียงผู้เดียว
ภารกิจสุดท้ายก่อนจากจริงๆ
ขึ้นรถเมล์ตอนตีสี่ รถไฟตอนตีห้า
มองไปรอบๆ แล้วกด Save the memory :)
Good Bye Berlin
No comments:
Post a Comment