แล้วสัปดาห์ที่สามก็ใกล้จะผ่านพ้นไป มีแต่คนถามกันมามากมายว่า เหงาไหม คิดถึงบ้านหรือเปล่า จากโพสท์แรกที่ดูเหมือนเป็นเด็กขี้แงคิดถึงบ้าน ให้ตอบตรงๆ ก็คงจะไม่เหงา เพราะมีอะไรให้ทำ ต้องจัดการ และให้เรียนรู้มากมายเหลือเกิน
..... เริ่มไปมหาลัยแล้ว..... ตารางเรียนที่อัดแน่นเช้ายันเย็นเกือบทุกวัน แถมด้วยบางเสาร์อาทิตย์ก็ยังต้องไปเรียนอยู่ โชคดีที่ระบบการคมนาคมที่นี่สะดวกจริงๆ เพียงพกบัตรใบเดียวราคาเดียวทั้งเดือนหรือทั้งเทอม แป๊บเดียวก็ถึงที่หมายแล้ว ไหนจะรถบัส และรถไฟ (เทียบกับค่าน้ำมันตอนอยู่กรุงเทพแล้ว รวยขึ้นมาทันที)
สัปดาห์ที่สามในเบอร์ลิน เต็มไปด้วยเรื่องสำคัญๆ เต็มไปหมด ทั้งลงทะเบียนที่อยู่ใน Berlin Local Registration ที่มีกำหนดการต้องไปวันจันทร์ที่ผ่านมา แปดโมงเช้าไปถึง "สไตรค์" ค่ะ ไม่มีพนักงานมาทำงาน คุณพี่ยามบอกว่า พรุ่งนี้สิบเอ็ดโมงค่อยมาใหม่ ...... ?????? ครั้งแรกกับการสไตรค์ในยุโรป
สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวตอนนั้นคือ กลับบ้าน...... กำหนดการอื่นๆ ก็ปั่นป่วนไปหมด
วันอังคาร สิบโมง นัดเซ็นสัญญาอพาร์ทเมนต์นักศึกษา (Studentenwohnheim) จัดการทุกอย่างลงตัว ค่าหอพัก (แชร์ห้องครัวกับห้องน้ำ กับอีกหกคน) แค่เดือนละ 7,500 บาท จะว่าไป ถูกกว่าอยู่บ้านเราอีกอะ และก็ได้กุญแจ mailbox ซะที .... ถ้าใครอยากส่งจดหมายโปสการ์ดมาทักทายก็แจ้งมาได้เลย เดี๋ยวเจ๊บอกที่อยู่ให้
พอเที่ยงแวะหม่ำอาหารตุรกี แนะนำโดยหนูเอลีฟ สาวน้อยตุรกีผมบลอนด์ตาคมผมยาว เนื่องจากสั่ง Meat Doner กับขนมปังก้อนยักษ์ โรยด้วยสลัดที่เน้นแต่หอมใหญ่ ราคาสองยูโร รสชาติอร่อยดี แต่ปริมาณกินได้เกือบสามวัน หม่ำไปได้ครึ่งชิ้น ก็ใส่ห่อกลับบ้าน
บ่ายโมง ก็มาถึง Local Registration รับบัตรคิว..... แล้วก็รอ.... ออกไปเดินเล่นตากลมหนาวก็แล้ว หม่ำ Donor ที่เหลือก็แล้ว นั่งสัปหงกก็แล้ว ก็ยังไม่ถึงคิวซะที จนกระทั่งถึงเวลาห้านาฬิกา เริ่มจะใจหาย เพราะพรุ่งนี้ก็เริ่มเรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น จนถึงวันศุกร์ คงไม่มีเวลาไปธนาคารเพื่อเปิดบัญชีแน่ๆ เพราะปิดตอนหกโมงเย็น ในที่สุดก็จัดการลงทะเบียนคนต่างด้าวเสร็จเกือบห้าโมงครึ่ง
เด็กหัวดำ ไต้หวัน ฮ่องกง และไทยแลนด์ ก็วิ่งกระหืดกระหอบเป็นยายบ้า ไปอีกเกือบสิบนาที ก็ถึงธนาคาร Deutsche Bank โชคดีเจอพนักงานใจอารี ยอมให้เปิดบัญชี กว่าจะเสร็จก็เกือบหกโมงครึ่ง...... เฮ้อ และแล้วสัญญาอพาร์ทเมนต์ ลงทะเบียน และเปิดบัญชีธนาคาร ก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยแบบใจหายใจคว่ำ
เหอะๆ แต่ ยังไม่หมดค่ะ กฎหมายที่นี่บังคับให้นักศึกษาทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ ค่ำคืนนั้นหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งฝ่าความหนาวเย็น ก็ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งสมัครประกันออนไลน์ ได้ประเดิมใช้เบอร์บัญชีธนาคารทันที ส่วนใหญ่ระบบการจ่ายเงินที่นี่จะใช้วิธีหักจากบัญชีธนาคาร..... สมัครเสร็จแล้ว ยังไม่พอ ต้องพิมพ์เป็นกระดาษเพื่อยื่นให้กับเจ้าหน้าทีที่มหาลัยพรุ่งนี้ด้วย .......
โชคดีอีกรอบ ที่มีเพื่อนร่วมห้อง ชาวยูเครนที่มีพริ้นเตอร์ เลยได้ไปขอใช้บริการเครื่องพริ้นเตอร์ กว่าจะยัดเยียดค่าพิมพ์ให้ได้ ก็เกรงใจกันไป เกรงใจกันมาอยู่หลายรอบ .......
สี่ทุ่ม Zzzzzz หมดแรง
หลังจากนั้นอีกสองวันครึ่ง ซาโยะจังก็เป็นอันสลบทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน เพราะเจ้าวิชา Business Simulation Game ที่ต้องทำงานกลุ่มภายใต้ความกดดัน เสมือนหนึ่งกลับไปทำงานบริษัทอีกครั้ง แต่คราวนี้เครียดกว่า เพราะเกือบจะเกิดสงครามกลางเมืองหลายฝ่ายขึ้นในเบอร์ลิน (ฮ่าฮ่า) แต่โชคดีที่คุณเวลาเดินทางเร็วมากในสัปดาห์นี้ สงครามจึงสงบลงแบบมีเชื้อไฟจางๆ อยู่ภายใน แต่งานนี้ก็ทำให้ได้รู้จักคนแต่ละแบบได้มากขึ้นจริงๆ
อากาศช่วงนี้ว่ากันว่า หนาวเร็วผิดปกติ จากปีที่แล้วที่กว่าฤดูหนาวจะมาก็ช้าซะเหลือเกิน ปีนี้ดูไปดูมา เหมือนจะกระโดดข้ามจากฤดูใบไม้ร่วงไปเป็นฤดูหนาว ทุกวันนี้อุณหภูมิก็อยู่ประมาณ หกถึงเจ็ดองศาแล้ว....
ขอได้รับความขอบคุณจากเสื้อหนาวข้าวต้มมัด ลดราคาจากนาโกย่า ตัวละเก้าร้อยบาท..... มันอุ่นจริงๆแฮะ
เดี๋ยวจะหาว่าไม่มาถึงเบอร์ลินจริงๆ
ก่อนเริ่มเรียนก็ได้โอกาสไปเที่ยวสถานที่สำคัญในเบอร์ลินกับผองเพื่อนชาวหอ ทั้งหัวดำ และหัวทอง... โดยไกด์ท้องถิ่นชาวเยอรมันแฟนหนุ่มหน้าตาดีของสาวยูเครนผู้อารีย์ ......
@ Unter Den Linden
ประตูเมืองเบอร์ลิน
ที่นโปเลียนเคยมาเหยียบ(หยาม)
แล้วครั้งนึง
บนยอดประดับด้วย
Quadriga ม้าสี่ตัวที่ขี่โดยวิคตอเรีย
เทพีแห่งชัยชนะ ตามแบบสถาปัตยกรรมแบบกรีก ....
อีกสองข้างของประตูนี้เป็นที่ตั้งของ
สถานทูตสองประเทศ
ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่า
เป็นของอเมริกาและฝรั่งเศส.....
ส่วนสถานทูตอังกฤษกระเด็นอีกประมาณระยะเดินสิบนาที
ที่ฮาคือระหว่างยืนดูสถานทูตเมกา อยู่นั้น
พลันได้ยินเสียงกรี๊ดๆๆๆ เป็นหมู่คณะ
เหมือนอยู่ในสวนสนุก แล้วก็เหลือไปเห็นของเล่นทีปั่นไปทั่วประตูชัย
หน้าสถานทูตเมกา และฝรั่งเศส
รถจักรยานขับเคลื่อนด้วยคนขับคนเดียว แต่อีกหลายๆ คนรอบๆ
ก็ได้ปั่นเป็นวงกลม เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนเครื่องเล่นในสวนสนุก
ท่าทางจะฮาดี คราวหน้าจะมาลองเล่นบ้าง
พื้นหินที่ปูรอบๆ บริเวณ..........
ด้านบน
เรื่องราวอันยาวนานของประตูชัย
รถเมล์สองชั้น..............
เดินไปอีกนิดนึง ก็มาถึง
รัฐสภาของเยอรมนี(Reichstag)
รัฐสภาที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก
ด้านใน......
การบูรณะใหม่ด้วย
Reichstag Dome
โดมแก้วสามร้อยหกสิบองศา
ที่มองเห็นวิวเบอร์ลินได้รอบด้าน
เมืองนี้ปราศจากตึกสูงๆ บังวิว สวยจริงๆ
มองดีๆ จะเห็นเก้าอี้สีม่วงเต็มไปหมด
ด้วยความที่เกลียดและกลัวอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ
จะกลับมาหลอกหลอนคนเยอรมันอีก
รัฐสภาจึงออกแบบให้ประชาชนคนธรรมดา
ยืนมองจากด้านบนลงมาได้
เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งอำนาจของประชาชน
ที่ควบคุมนักการเมืองและรัฐสภา
รอบๆ วงกลมก็เป็นบอร์ดเล่าเรื่องราว
รอบๆ วงกลมก็เป็นบอร์ดเล่าเรื่องราว
อันยาวนานของเยอรมนี....
รวมไปถึงการรวมชาติเยอรมนี .....
(=ใต้ต้น Linden)
ถังขยะสี่ถังสี่สี ที่ให้คนทิ้งแยกตามประเภท
เพื่อสิ่งแวดล้อม......
และแล้วค่ำคืนของประตูชัยและรัฐสภาก็จบแค่นี้
รอบหน้าจะพาไปดูประตูชัยภาคกลางวันกันบ้าง
------------------------------------------------
Happy Meal [^_^]
Happy Meal [^_^]
ไม่รู้เป็นอะไร เวลาไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง
อารมณ์แม่ศรีเรือนจะกำเริบทุกครั้ง (hahaha)
คาดว่า เป็นเพราะทำเองกินเอง ไม่อร่อยก็ไม่โดนตำหนิ
เมื่อไม่เครียดก็จึงมีอารมณ์สร้างสรรค์ทุกเมนู ทุกวัตถุดิบ....
ตั้งแต่ผัดผักบุ้งไฟแดง ไข่เจียวอบเนยยัดไส้ ฯลฯ
ตั้งแต่ผัดผักบุ้งไฟแดง ไข่เจียวอบเนยยัดไส้ ฯลฯ
อาหารเช้า.......
ข้าวราดไก่ผัดพริกสด และ
ไข่เจียว ที่ตีไข่ไม่ทัน เพราะกระทะจะไหม้แล้ว
เลยได้แค่ไข่ขยี้....
ข้าวผัดคุณหนู อุดมด้วยผักหลากสีนานาชนิด ....


1 comment:
Reichstag Dome นี่สวยดีจัง
ที่จริงบ้านเมืองเค้าก็ดูสะอาด สวยไปหมดเลยอะ...
กับข้าวก็ดูหน้าตา ok นะเนี่ย มีไก่พริกสด+omelet ด้วย ^^
Post a Comment