1 Sep 2008
เก็บเงินเรื่อยๆ มาสี่ห้าปีจากเงินเดือนแอร์โฮสเตส อาชีพที่มีพระคุณเป็นสปอนเซอร์หลักของการเรียนต่อ รวมถึงรายได้จากการเป็น Salary(wo)man ในบริษัทญี่ปุ่น
วันนี้ก็มาถึง.....วันที่จะข้ามโลกไปอีกฟากเพื่อเรียนต่อ เติมประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต
-----
และแล้วการเดินทางก็มาถึง
เก็บเงินเรื่อยๆ มาสี่ห้าปีจากเงินเดือนแอร์โฮสเตส อาชีพที่มีพระคุณเป็นสปอนเซอร์หลักของการเรียนต่อ รวมถึงรายได้จากการเป็น Salary(wo)man ในบริษัทญี่ปุ่น
วันนี้ก็มาถึง.....วันที่จะข้ามโลกไปอีกฟากเพื่อเรียนต่อ เติมประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต
-----
และแล้วการเดินทางก็มาถึง

เวลาวิ่งเร็วกว่าเฮียโบลท์... เผลอแป๊บเดียวก็มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเครื่องบินแล้ว แถมด้วยอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เรื่องน้ำหนักกระเป๋า เรียกเหงื่อ วอร์มร่างกายกันก่อนการเดินทาง..
เดินทางด้วยสายการบิน LTU ในเครือ AIRBERLIN สายการบินเดียวที่มีไฟลต์ตรงไม่แวะเปลี่ยนเครื่องที่ไหน คนเยอรมันที่นั่งข้างๆ บอกแบบเศร้าๆ ปนสมเพชว่า กรุงเบอร์ลิน อาจจะเป็นเมืองหลวงเดียวที่ไม่มีสนามบินนานาชาติ ...
เดินทางกันตั้งแต่บ่ายโมงมาถึงก็เกือบจะตีหนึ่ง (เวลาประเทศไทย) จริงๆ ดูเหมือนไม่นานนะ แต่เพราะเดินทางช่วงกลางวัน เลยเพลียหนักกว่าเดินทางกลางคืนแล้วได้นอนนานๆ ............... ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง เพราะเป็นเครื่องแอร์บัสลำไม่ใหญ่มาก ที่นั่งฝั่งหน้าต่าง เลยมีแค่สองที่ ไม่ใช่สามเหมือนเครื่องใหญ่ๆ ทั่วๆ ไป เดินทางคนเดียวทีไรก็แอบหวั่นๆ ทุกครั้งว่าคนนั่งข้างๆ จะเป็นอย่างไร บางทีเจอคนตัวเหม็น บางทีเจอคนประหลาด .... คราวนี้เป็นหนุ่มเยอรมันรูปงาม ที่มาเมืองไทยเพื่อมาเยี่ยมแฟนสาว (ฮ่าๆๆ หมดสิทธิ์ย่ะ) โชคดีที่พูดภาษาอังกฤษฟังรู้เรื่องชัดเจน เลยได้นั่งคุยกันหลายเรื่อง และก็บังเอิญอีกที่ ดันเป็นศิษย์เก่าของ FHW มหาลัยที่กำลังจะไปเรียนต่อพอดี ก็เลยได้ถามโน่นถามนี่มากมาย รวมไปถึง เรื่องไร้สาระ มีสาระทั่วไป ทั้งที่เที่ยว การศึกษา ประวัติศาสตร์ คนยุโรป คนไทย สนามบินสุวรรณภูมิ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ สุดท้าย ก็หนีไม่พ้นการเมือง และเหล่า PAD (พันธมิตร) ฯลฯ ไม่น่าเชื่อนะว่าคนไทยอย่างเรา ต้องถามรายละเอียดวิธีเที่ยวเขมร ลาว เวียดนาม จากคนฝั่งยุโรป ประเทศเพื่อนบ้านเราแท้ๆ แต่ไม่เคยจารึกแสวงหาที่เที่ยวในประเทศนั้นๆ เลย
เริ่มจะเล่ามายืดยาว .... การฆ่าเวลาในช่วงที่ร่างกายไม่ได้ต้องการการพักผ่อนเกือบสิบสามชั่วโมง แล้วต้องนั่งเฉยๆ ห้ามกระโดดโลดเต้น ทำไมมันยากจังแฮะ .. อ่านหนังสือพิมพ์ ผู้ชายครึ่งฝัน และความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน จบไปสองเล่ม เล่น SUDOKU นอนแล้วนอนอีกก็แล้ว...ก็ยังไม่ถึง เฮ้อ .... ถ้าไม่ขยับปากคุยบ้าง คงเครียดตายอยู่บนเครื่องบินแน่
ในที่สุดการเดินทางก็สิ้นสุด ได้มาเหยียบทวีปยุโรป เป็นครั้งแรกในชีวิต (ซะที)
โอ้ โห ... ทำไมสนามบินกันดาร บ้านนอกขนาดนี้เนี่ย ... ขนาดสนามบินเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือแม้แต่ หาดใหญ่ของบ้านเรายังดูดีกว่าเลย .... แค่ในเบอร์ลินที่เดียวยังมีสนามบินตั้งสามแห่งแน่ะ ว่ากันว่า มันมีเยอะแยะมาตั้งแต่สมัยแยกเบอร์ลินตะวันตก ตะวันออกแล้ว ฮ่าฮ่า หนอยไอ้ซาโยะ แกไปว่าเขา อีกสามปี พอสนามบินนานาชาติของเบอร์ลินแห่งใหม่สร้างเสร็จ คนเบอร์ลินเขาก็สบายแล้ว
ซาโยะ และน้ำหนักกระเป๋าที่รวมกันแล้วก็ร้อยกว่าโล ... ก็ตุเลงๆ มาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ มีคนจากทางมหาลัยมาชูป้าย ยืนรอรับ .. โดยสารรถแท๊กซี่ประมาณพันห้าร้อยบาท ยี่สิบนาที แล้วก็ถึงหอพักนักศึกษา Student Residence Goerzallee แอบโล่งอกที่ลิฟต์ทำงานได้ตามปกติ (ไม่งั้นเคาน์เตอร์เพน แก้ปวดเมื่อยที่เตรียมมาคงไม่พอแน่ )
ในโซนเดียวกัน มีนักศึกษาอยู่หกคน แชร์ห้องน้ำ และห้องครัวร่วมกัน เกิดมาไม่เคยใช้ชีวิตแบ่งปันอะไรกับใครมากขนาดนี้ (ตอนพักกับแฟมิลี่ที่ญี่ปุ่นก็แค่สามคนเอง) คงต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำ และห้องครัว จริงๆ ข้อดีของมันก็คือ ไม่เหงา ไม่แพง ข้อมูลข่าวสาร ความรู้รอบตัวเยอะ ได้เพื่อนใหม่ๆ และอบอุ่นดี ห้องพักก็ใช้ได้เลย ขนาดเล็กกะทัดรัด มีหน้าต่างให้ส่องป่า สวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามได้ ชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งของเบอร์ลินก็คือ Green City ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด [^_^]
ดูเหมือนว่าเป็นเด็กไม่มีปัญหาเลย ..... ฮิฮิ ช้าก่อน
คืนแรกในเบอร์ลิน กับท้องที่ร้องไม่หยุดท่ามกลางความมืด และความฟุ้งซ่าน

และแล้วน้ำตามันก็ไหล ...... คิดถึงบ้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน โรคนี้มันเคยถือกำเนิดขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้ว คราวนี้มันกลับมาอีก ..... ความฟุ้งซ่านนี่น่ากลัวนัก ถ้าปล่อยให้ความคิดมันออกไปวิ่งเล่นเมื่อไหร่ เป็นเรื่องทุกครั้ง
“แล้วฉันจะอยู่ยังไงเนี่ย”
“บรื๊อ หนาวเว้ยยยยย”
“หนุ่มแขกข้างๆ ห้องจะน่ากลัวมั้ยเนี่ย”
“แล้วฉันจะขึ้นรถเมล์เป็นมั้ยนะ”
“ทำไมถึงพูดภาษาเยอรมันกันเร็วขนาดนี้เนี่ย... ไม่เห็นเหมือนในห้องเรียนเลย ฟังไม่รู้เรื่องเลย”
“ฯลฯ”
ปล่อยให้เป็นงี้อยู่สักพัก
ก็ลุกขึ้นเปิดไฟ เดินไปห้องครัว แล้วต้มมาม่า ..... อิ่ม ..
ซีรี่ส์ SATC ซักตอน
........ ง่วง
แล้วความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดก็ดับไปได้ด้วยการนอน ................
พรุ่งนี้เริ่มกันใหม่เนาะ
2 Sep 2008

....เริ่มต้นวันใหม่ด้วยแสงอาทิตย์ที่ทิ่มแทงลูกตา
ห้องนี้เหมือนเป็นคนละห้องกับเมื่อคืน ...
. 
เปล่า ไม่ใช่ห้องใครที่ไหน ก็ห้องเดิมน่ะแหละ แต่พอห้องขาวๆ ได้รับแสงอาทิตย์จางๆ .... [^_^] ทำไมห้องนอนเราสวยอย่างนี้เนี่ย .... ประเดิมความสดใสของเช้าวันใหม่ด้วยการอาบน้ำสระผม ... วันนี้เริ่มจะชินกับการใช้ห้องน้ำแบบนี้แล้ว ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้ในครั้งแรกเสมอไป ความเคยชิน ก็ช่วยให้คนเรารู้สึกมั่นคงมากขึ้น.... แต่กับครั้งแรกของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง บางทีก็ทำให้ใจมันแกว่งๆ
เช้านี้.... ออกไปเยี่ยมเยียนสถานที่สำคัญใกล้บ้านแห่งแรก คือ

เปล่า ไม่ใช่ห้องใครที่ไหน ก็ห้องเดิมน่ะแหละ แต่พอห้องขาวๆ ได้รับแสงอาทิตย์จางๆ .... [^_^] ทำไมห้องนอนเราสวยอย่างนี้เนี่ย .... ประเดิมความสดใสของเช้าวันใหม่ด้วยการอาบน้ำสระผม ... วันนี้เริ่มจะชินกับการใช้ห้องน้ำแบบนี้แล้ว ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้ในครั้งแรกเสมอไป ความเคยชิน ก็ช่วยให้คนเรารู้สึกมั่นคงมากขึ้น.... แต่กับครั้งแรกของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง บางทีก็ทำให้ใจมันแกว่งๆ
เช้านี้.... ออกไปเยี่ยมเยียนสถานที่สำคัญใกล้บ้านแห่งแรก คือ
ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยี่ห้อ LiDL
เดินไปแค่ห้านาทีก็ถึง อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ของกินมากมายมีครบทุกอย่าง แต่ไม่ได้มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อเหมือนใน TOPS ที่บ้านเรา รถเข็นในซุปเปอร์ที่นี่ ต้องหยอดเหรียญ 50 เซนต์ 1 หรือ 2 ยูโร มัดจำก่อนทุกครั้ง และถ้านำรถมาคืนที่เดิม ก็จะได้เหรียญที่หยอดไว้คืนมา ถุงพลาสติคก็เหมือนกัน ซื้อของเสร็จ อย่าหวังว่าจะได้ถุงพลาสติคกลับบ้านฟรีๆ เขาขายจ๊ะ แล้วแต่ประเภทและขนาดของถุง เอาเป็นว่า ยอมกัดฟันจ่ายเงินครั้งแรก เพื่อซื้อถุงยักษ์ หน้าตาแข็งแรงทนทานมา แต่อย่าหวังว่าจะต้องให้ซื้ออีกเป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็พาเจ้าถุงพลาสติคน้อยใบเดิม ไปเที่ยวเล่นที่ซุปเปอร์ทุกครั้ง เพราะกลัวว่า จะต้องเสียเงินอีก 
ชอปปิ้งครั้งแรก ก็ไม่มีอะไรมากมาย ไปทั้งเช้าและเย็น
ชอปปิ้งครั้งแรก ก็ไม่มีอะไรมากมาย ไปทั้งเช้าและเย็น
เพราะหมดแรงแบกของ น้ำส้มขวดยักษ์ แยมสตรอเบอร์รี่ เนยสด นมสด ไข่ไก่ แฮม มะเขือเทศ ข้าวหอมมะลิ (กิโลละ 1.79 Euro) โยเกิร์ต เนื้อไก่ เส้นสปาเก็ตตี้ ครีมสด หอมใหญ่ ต้นหอม กระเทียม ฯลฯ ผักสดที่นี่น่ากิน ลูกใหญ่ถูกใจดี ...... และมื้อเช้าวันแรกในเยอรมัน (เมื่อคืนต้มมาม่าเป็นมื้อแรก) ก็มีเพียงแค่ขนมปังทาเนย และนมสด
ตอนสายๆ ก็เดินๆๆๆๆๆ
ตอนสายๆ ก็เดินๆๆๆๆๆ
เกือบครึ่งชั่วโมง แล้วก็ไปเจอะเอาห้างเล็กๆ ที่ขายอุปกรณ์แต่งบ้าน
คล้ายๆ กับโฮมโปร แต่บรรยากาศดูทึมๆ ไม่สดใสเหมือนบ้านเรา ในห้องพักเมื่อคืนไม่มีหมอนผ้าห่มให้ มีแต่เตียงเปล่าๆ เลยต้องนอนกับถุงนอนที่แบกไปด้วย วันนี้เลยออกมาเดินซื้อที่ซุกหัวนอน หมดไปเกือบหกสิบยูโร กับผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน หมอนอิง หมอนหนุน ปลอกหมอน ปลอกผ้าห่ม หมดเวลาเลือกเกือบหนึ่งชั่วโมง เกิดมาไม่เคยเดินซื้ออุปกรณ์การนอนแบบครบครันเช่นนี้มาก่อน เลือกไปก็กลัวไป เอ๊ะ ห่มอันนี้จะหายหนาวไหมเนี่ย .... เอ Baumwolle Polyester Microfaser อันไหนจะอุ่นกว่ากันเนี่ย ..... ทีนี้ ถึงเวลาจ่ายเงิน ก็ต้องเสียเงินกับถุงยักษ์ใหญ่อีกครั้ง เพราะไม่ได้เตรียมมาด้วย ก่อนกลับก็แวะซื้อ Curry Wurste ไส้กรอกแกงกะหรี่ซอสมะเขือเทศร้อน เอากลับบ้าน ฮ่าฮ่า ทุลักทุเลน่าดูเลย เพราะว่าต้องแบกอุปกรณ์เครื่องนอนมากมายพะรุงพะรังสองมือเลย ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านได้ซะที
มื้อเที่ยงก็ประเดิมไส้กรอกอันแรกในเยอรมัน กับขนมปังร้อนๆ สองสามแผ่น

เวลาที่นี่ช้ากว่าเมืองไทยประมาณห้าชั่วโมง (ช่วง Daylight saving time) บ่ายแก่ๆ ก็เริ่มจะเพลียง เลยของีบซักหน่อย Zzzzzzzzzzz ซักหกโมงเย็น เลยได้ไปชอปปิ้งของสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกรอบ กลับมาหุงข้าว ทำกับข้าว ฮิฮิ แม่บ้านแม่เรือนมากๆ โชคดีที่เพื่อนบ้าน ให้ยืมอุปกรณ์ทำครัว ก็เลยได้ประเดิมกับข้าวมื้อแรก แกงจืดมะเขือเทศหอมใหญ่ต้มกับไก่ แล้วก็ไข่เจียวร้อนๆ โชคร้ายที่หุงข้าวผิด แหะๆ เกิดมาไม่เคยหุงข้าวกินถ้วยเดียวมาก่อน เลยกะน้ำผิด กลายเป็นข้าวเหนียวเปียกซะงั้น แต่ด้วยอารมณ์เสียดาย เลยได้ลองกินข้าวแฉะๆ ดู อืมมมม ก็อร่อย (แปลกๆ) ดี
ก่อนนอน เพื่อนข้างๆ ห้องก็มาช่วยลงอินเตอร์เน็ตให้ แต่เพราะปัญหาบางประการของความตาบอดของเครื่องคอมเรา ที่มองไม่เห็น Wireless Connection ก็เลยทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายใดๆ ทั้งสิ้นได้ -_-‘



เวลานั่งพิมพ์อยู่ริมหน้าต่างใหญ่ๆ กับต้นไม้เยอะ ท้องฟ้าใสๆ ...
เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแคร์รี่ แบรดชอว์ จัง :P
เวลาที่นี่ช้ากว่าเมืองไทยประมาณห้าชั่วโมง (ช่วง Daylight saving time) บ่ายแก่ๆ ก็เริ่มจะเพลียง เลยของีบซักหน่อย Zzzzzzzzzzz ซักหกโมงเย็น เลยได้ไปชอปปิ้งของสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกรอบ กลับมาหุงข้าว ทำกับข้าว ฮิฮิ แม่บ้านแม่เรือนมากๆ โชคดีที่เพื่อนบ้าน ให้ยืมอุปกรณ์ทำครัว ก็เลยได้ประเดิมกับข้าวมื้อแรก แกงจืดมะเขือเทศหอมใหญ่ต้มกับไก่ แล้วก็ไข่เจียวร้อนๆ โชคร้ายที่หุงข้าวผิด แหะๆ เกิดมาไม่เคยหุงข้าวกินถ้วยเดียวมาก่อน เลยกะน้ำผิด กลายเป็นข้าวเหนียวเปียกซะงั้น แต่ด้วยอารมณ์เสียดาย เลยได้ลองกินข้าวแฉะๆ ดู อืมมมม ก็อร่อย (แปลกๆ) ดี
ก่อนนอน เพื่อนข้างๆ ห้องก็มาช่วยลงอินเตอร์เน็ตให้ แต่เพราะปัญหาบางประการของความตาบอดของเครื่องคอมเรา ที่มองไม่เห็น Wireless Connection ก็เลยทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายใดๆ ทั้งสิ้นได้ -_-‘
เวลานั่งพิมพ์อยู่ริมหน้าต่างใหญ่ๆ กับต้นไม้เยอะ ท้องฟ้าใสๆ ...
เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแคร์รี่ แบรดชอว์ จัง :P
3 comments:
ไง หนุกมั๊ยแก๊ มาเที่ยวที่นี่ด้วยนะ
แกซื้อของสำหรับกินทั้งเดือนรึงัยนั่น ... (บ้านอยู่ใกล้ลิเดล ... สบายแล้ว ..)
ปล. Herzlich Willkommen แปลว่า ยินดีต้อนรับ ... นะจ๊ะ
ยินดีด้วยที่ไปถึงอย่างปลอดภัย
ไว้จะแวะมาตามข่าวคราวบ่อยๆ นะ :)
Post a Comment